กฎบัตรคณะกรรมการบริษัท

กฎบัตรคณะกรรมการบริษัท

บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด ( มหาชน )

            คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยบุคคลซึ่งมีความรู้ความสามารถ มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางธุรกิจของบริษัทโดยร่วมกับผู้บริหารระดับสูง วางแผนการดำเนินงานทั้งระยะสั้น ระยะยาว ตลอดจนกำหนดนโยบายด้านการตลาด การผลิต การเงิน การวิจัยและพัฒนา วิศวกรรม การบริหารงานด้านทรัพยากรบุคคลตลอดจนบริหารความเสี่ยง และภาพรวมขององค์กร มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแล ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานของบริษัท และผลกาดำเนินงานของผู้บริหารระดับสูงให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้อย่างเป็นอิสระ

  1. ภาวะผู้นำและวิสัยทัศน์

            คณะกรรมการบริษัท ตระหนักถึงความสำคัญของหลักธรรมาภิบาลในการส่งเสริม และสร้างเสริมความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตลอดจนสาธารณชน และเชื่อว่าการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลจะเอื้อประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อให้บรรลุถึงวิสัยทัศน์ของบริษัท “มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ รวมถึงเป็นศูนย์รวมในการจัดจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์และขยายสายธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน” คณะกรรมการบริษัทต้องดำเนินการโดยใช้มาตรฐานจริยธรรมสูงสุด และปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย

  1. โครงสร้างและองค์ประกอบ

          โครงสร้างและการถ่วงดุลอำนาจ

2.1 คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการโดยมีจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน ตามที่กำหนดในข้อบังคับของบริษัท ซึ่งมีการสอบทานจำนวนกรรมการที่เหมาะสมเป็นระยะ

2.1บริษัทมีนโยบายให้ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการไม่เป็นบุคคลเดียวกันเพื่อให้เกิดความชัดเจนในด้านความรับผิดชอบระหว่างการกำหนดนโยบายการกำกับดูแลการบริหารงานประจำ

2.3 คณะกรรมการมีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น และมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลกิจการบริษัทด้วยความเป็นอิสระ ความเป็นกลาง เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกท่านต่อผู้มีส่วนได้เสียอื่น

2.4 โครงสร้างคณะกรรมการประกอบด้วย กรรมการอิสระในจำนวนที่เหมาะสมกับการกำกับดูแลกิจการโดยต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งคณะแต่ต้องไม่น้อยกว่า 3 คน ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของคณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์

2.5 การแต่งตั้งกรรมการให้เห็นไปตามข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้จะต้องมีความโปร่งใสและชัดเจนในการสรรหากรรมการ และการพิจารณาควรจะต้องมีประวัติการศึกษาและประสบการณ์การประกอบวิชาชีพของบุคคลนั้น ๆ โดยมีรายละเอียดที่เพียงพอเพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจของคณะกรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้น

2.6 กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจถูกเลือกเข้ามาดำรงตำแหน่งใหม่อีกได้

 

  1. คุณสมบัติ

คณะกรรมการบริษัทต้องมีคุณสมบัติตามข้อกำหนด

3.1 กรรมการต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีจริยธรรมในดำเนินธุรกิจ และ มีความรู้ความสามารถและปฏิบัติหน้าที่ให้แก่บริษัทได้

3.2 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดและกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งต้องไม่มีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่ได้รับการไว้วางใจให้บริหาร จัดการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามที่กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนด

3.3 กรรมการไม่สามารถประกอบธุรกิจเข้าเป็นหุ้นส่วน หรือเข้าเป็นกรรมการในนิติบุคคลอื่นที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับกิจการบริษัทไม่ว่าจะทำเพื่อประโยชน์ของตนหรือประโยชน์ของบุคคลอื่นเว้นแต่จะแจ้ง ให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบก่อนที่จะมีมติแต่งตั้ง

3.4 กรรมการอิสระต้องมีคุณสมบัติตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ.28/2551 เรื่องการขออนุญาต และการขออนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ลงวันที่ 15 ธันวาคม 2551 (รวมทั้งทีมีการแก้ไขเพิ่มเติม )

3.5 กรรมการที่เป็นผู้บริหารคือกรรมการที่มีส่วนร่วมในการบริหารงานให้แก่บริษัทโดยเต็มเวลาและได้รับ ผลตอบแทนจากบริษัทเป็นประจำทุกเดือน ในรูปของเงินเดือนหรือ ผลตอบแทนอื่นที่เปรียบเสมือนเงินเดือน

3.6 ให้กรรมการแจ้งให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้า เมื่อมีกรณีดังต่อไปนี้

 (1) มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในสัญญาใดๆที่บริษัททำขึ้นระหว่างรอบบัญชีโดยระบุข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลักษณะของสัญญา ชื่อของคู่สัญญา และส่วนได้เสียของกรรมการในสัญญานั้น (ถ้ามี )

 (2) ถือหุ้นหรือหุ้นกู้ในบริษัทและบริษัทในเครือโดยระบุจำนวนทั้งหมดที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงในระหว่างรอบบัญชี ( ถ้ามี )

  1. ขอบเขต อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

            ภารกิจและความรับผิดชอบของกรรมการเป็นไปตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับและมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของบริษัท ซึ่งรวมถึงการดำเนินการดังต่อไปนี้

4.1 กำหนดวิสัยทัศน์ นโยบาย กลยุทธ์ เป้าหมายทางธุรกิจแผนการดำเนินธุรกิจและงบประมาณของบริษัท รวมทั้งติดตามดูแลและประเมินผล การบริหารและการดำเนินการของฝ่ายบริหารให้เป็นไปตามนโยบาน กลยุทธ์ เป้าหมาย แผนงาน และงบประมาณที่กำหนดไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงสุดให้แก่ บริษัทและผู้ถือหุ้น

4.2 พิจารณาทบทวนแผนการสืบทอดตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ โดยสม่ำเสมอและต่อเนื่อง

4.3 ตรวจตรา ติดตามผลการดำเนินงาน และการดำเนินการให้เป็นที่แน่ใจว่าได้มีการปฏิบัติตามจริยธรรมของกรรมการ และเป็นไปตามแผนงานและงบประมาณอย่างต่อเนื่อง

4.4 ดูแลให้มีระบบควบคุมที่มีประสิทธิผล ให้ข้อมูล ถูกต้อง ครบถ้วน และเชื่อถือได้ การปฏิบัติที่สอดคล้องกับนโยบายกฎระเบียบ รวมทั้งกฎหมายข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง การดูแลทรัพย์สิน การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด

4.5 จัดให้มีระบบบัญชี การรายงานทางการเงิน และการสอบบัญชีที่มีความน่าเชื่อถือได้ รวมทั้งดูแลให้มีการควบคุมภายใน และการตรวจสอบภายในที่เพียงพอ และเหมาะสม

4.6 พิจารณาประเด็นความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและกำหนดแนวทางการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสมมี ประสิทธิผล              

4.7 อำนาจหน้าที่ของกรรมการเป็นไปตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎหมาย และมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งรวมการ ดำเนินการดังนี้

 (ก) แต่งตั้งและพิจารณากำหนดค่าตอบแทนรวมทั้งกำหนดเงื่อนไขการจ้างงานในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ

 (ข) แต่งตั้งรองกรรมการผู้จัดการ

 (ค) ให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงตั้งแต่ผู้จัดการฝ่ายขึ้นไป

 (ง) พิจารณาอนุมัติ:

      1. แผนธุรกิจประจำปี
      2. งบประมาณประจำปี
      3. รายงานการเงินประจำปี
      4. แต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี
      5. ค่าตอบแทนสำหรับคณะกรรมการชุดย่อย ( Board Committees ) ( ไม่เกินกว่าจำนวนรวมที่ได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้น)
      6. ค่าตอบแทนและเงื่อนไขการจ้างงานในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ หลังการพิจารณาทบทวนประจำปี
      7. เปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรในระดับกลุ่มและการเปลี่ยนแปลงองค์กรอื่น ๆ ที่สำคัญ
      8. อำนาจอนุมัติดำเนินงานภายในองค์กร ( Authority Table)
      9. การได้มา การก่อตั้ง การจำหน่ายจ่ายโอน หรือการระงับซึ่งทรัพย์สินที่สำคัญหรือธุรกิจใดของบริษัท โดยต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่เกี่ยวข้อง
      10. การออกเอกสารที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์ของบริษัท

(จ) เรื่องอื่นใดที่ได้รับมอบหมายเป็นประการอื่นแก่คณะกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการหรือฝ่ายจัดการ

4.8 การจัดตั้งและกำหนดบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการชุดย่อย ดังต่อไปนี้

(ก) จัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อยต่าง ๆ ตามความเหมาะสมและความจำเป็น เพื่อสนับสนุนการบริหารงานของคณะกรรมการบริษัท ให้มีการพิจารณากลั่นกรองการดำเนินงานที่สำคัญอย่างรอบคอบ และมีประสิทธิภาพ   ได้แก่ คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง  เป็นต้น

(ข) พิจารณาอนุมัติบทบาทหน้าที่คณะกรรมการชุดย่อยต่าง ๆ ตลอดจนเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบ รวมทั้ง เปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อยที่ได้แต่งตั้งขึ้น

4.19 กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการและประเมินและประเมินประสิทธิผลอย่างสม่ำเสมอ

4.10 แต่งตั้งเลขานุการบริษัท ( Corporate Secretary ) คือ ผู้ที่คณะกรรมการบริษัทแต่งตั้งเพื่อช่วยดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของคณะกรรมการและบริษัท อันได้แก่ การประชุมกรรมการผู้ถือหุ้น ตลอดจนให้คำแนะนำแก่ กรรมการบริษัท และบริษัทในการปฏิบัติและดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งดูแลให้กรรมการบริษัท และบริษัทมีการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศอย่างถูกต้อง ครบถ้วนโปร่งใสและสนับสนุนให้การกำกับดูแลกิจการให้เป็นไปตามมาตรฐานกำกับดูแลกิจการที่ดี

4.11 อนุมัติวงเงินสำหรับใช้จ่ายเพื่อธุรกรรมปกติของบริษัท การกู้ยืมเงิน หรือการขอสินเชื่อใด จากสถาบันการเงิน

4.12 พิจารณาทบทวน ตรวจสอบ และอนุมัติแผนการขยายธุรกิจ โครงการการลงทุนขนาดใหญ่ ตลอดจนการเข้าร่วมทุนกับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ที่เสนอโดยฝ่ายบริหาร

  1. วาระการดำรงตำแหน่งและการเลือกตั้งกรรมการ

5.1 การประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีทุกครั้งให้กรรมการออกจากตำแหน่ง 1 ใน 3 เป็นอัตรา ถ้าจำนวนกรรมการที่จะแบ่งออกให้ตรงเป็น 3 ส่วนไม่ได้ ก็ให้ออกโดยจำนวนที่ใกล้ที่สุดกับส่วน 1 ใน 3 กรรมการที่จะต้องออกจาก ตำแหน่งในปีแรก และปีที่ 2 ภายหลังจดทะเบียนนั้น ให้ใช้วิธีจับฉลากกันว่าผู้ใดจะออก ส่วนปีหลัง ๆ ต่อไปให้กรรมการคนที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดนั้น เป็นผู้ออกจากตำแหน่ง กรรมการที่ออกตามวาระนั้นอาจถูกเลือกเข้า มาดำรงตำแหน่งใหม่ก็ได้

          5.2 นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระแล้ว กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(ก) ตาย

(ข) ลาออก

(ค) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าบริษัทมหาชนจำกัด และ/หรือกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

(ง) ที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียง และมีหุ้นนับรวมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ถือหุ้นที่ถือโดยผู้ถือหุ้นที่มา ประชุมและมีสิทธิออกเสียง

(จ) ศาลมีคำสั่งให้ออก

5.3 ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุผลอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระให้กรรมการเลือกบุคคลใดบุคคลหนึ่งซึ่งมีคุณสมบัติตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด เข้าเป็นกรรมการแทนในการประชุมคณะกรรมการในคราวถัดไป เว้นแต่วาระของกรรมการจะเหลือน้อยกว่า 2 เดือน บุคคลซึ่งเข้ามาเป็นกรรมการแทนดังกล่าวจะอยู่ในตำแหน่งกรรมการได้เพียงเท่าวาระที่ยังเหลืออยู่ของกรรมการที่ตนแทน

5.4 กรรมการคนใดจะลาออกจากตำแหน่งให้ยื่นใบลาออกต่อบริษัท การลาออกให้มีผลตั้งแต่วันที่ใบลาออกไปถึงบริษัท กรรมการซึ่งลาออกตามวรรคหนึ่ง จะแจ้งการลาออกของตนให้นายทะเบียนบริษัทมหาชนทราบด้วยก็ได้

5.5 กรรมการเกษียณอายุครบ 72 ปี ไม่รวมถึงกรรมการอิสระของบริษัท

  1. การดำรงตำแหน่งในบริษัทอื่นของกรรมการ

เพื่อให้มั่นใจว่ากรรมการจะสามารถอุทิศเวลาและสามารถปฏิบัติหน้าที่และความรับผิดชอบในบริษัทฯ ได้อย่างเพียงพอ คณะกรรมการกำหนดจำนวนบริษัทที่กรรมการแต่ละคนจะไปดำรงตำแหน่งให้เป็นไปตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงาน ก.ล.ต. ดังนี้

6.1 กรรมการบริษัทฯ จะดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่เกิน 5 บริษัท (นับรวมบริษัท)

6.2 กรรมการบริษัทฯสามารถเป็นประธานกรรมการ กรรมการที่เป็นผู้บริหาร หรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างในบริษัทอื่นได้อีกไม่เกิน 3 กลุ่มธุรกิจ (ไม่นับรวมบริษัท) ทั้งนี้ หากเป็นบริษัทที่มิใช่กลุ่มธุรกิจ ให้นับแต่ละบริษัทเป็นหนึ่งกลุ่มธุรกิจ

6.3 กรรมการจะต้องเปิดเผยข้อมูลการดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นให้บริษัทฯ ทราบตามข้อกำหนดของทางการ และระเบียบของบริษัทฯ

6.4 ห้ามไม่ให้กรรมการ ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ (CEO) ดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นยกเว้น ดำรงตำแหน่งในบริษัทย่อย บริษัทร่วมค้า เพื่อให้มีเวลาเพียงพอในการบริหารจัดการองค์กร

  1. การประชุม

7.1 การประชุมคณะกรรมการบริษัท ต้องมีการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ถ้ามีรองประธานกรรมการ หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานที่ประชุม

7.2 การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ให้ถือเสียงข้างมากโดยกรรมการคนหนึ่งมีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน เว้นแต่กรรมการซึ่งมีส่วนได้เสียในเรื่องใด ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น ถ้าคะแนนเสียง เท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

7.3 การประชุมคณะกรรมการบริษัทตามปกติให้จัดขึ้นอย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง ให้ประธานกรรมการเป็นผู้เรียกประชุมกรรมการ ให้ประธานกรรมการกำหนดวันประชุมภายใน 14 วันนับแต่วันที่ได้รับการร้องขอ

7.4 ให้ประธานกรรมการ หรือกรรมการที่ได้รับมอบหมายจากประธานกรรมการเป็นผู้กำหนดวัน เวลา และสถานที่ ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท

7.5 ในการเรียกประชุมคณะกรรมการบริษัท ให้ประธานกรรมการหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายส่งหนังสือนัดประชุมโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือส่งมอบให้แก่กรรมการ ผู้แทนของกรรมการโดยตรง โดยระบุวัน เวลา สถานที่และกิจกรรมไปยังกรรมการ ไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันประชุม เว้นแต่กรณีจำเป็นรีบด่วนเพื่อรักษาสิทธิหรือประโยชน์ของบริษัท จะแจ้งการนัดประชุมให้เร็วกว่านั้นก็ได้

7.6 การลงมติใดๆในที่ประชุมคณะกรรมการ  กำหนดให้องค์ประชุมขั้นต่ำ ขณะที่คณะกรรมการจะลงมติในที่ประชุมเพื่อพิจารณาอนุมัติ  ต้องมีกรรมการอยู่ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด

 

ทั้งนี้คณะกรรมการได้มีการทบทวนและมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568  เป็นต้นไป

 

                                                                  

                  ลงชื่อ……………………………………………………….

                                                                    ( นายสุธนัย      ประเสริฐสรรพ์ )

                                                                             ประธานกรรมการ   

Loading

Fortune Parts Industry Public Company Limited (FPI) uses cookies to provide you with a better browsing experience. Detailed information on the use of cookies on this site นโยบายความเป็นส่วนตัว and how you can manage them, ตั้งค่า is provided in our Privacy and Cookies Policy.

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose to set cookies by turning on/off each type of cookie according to your needs, except for the necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • การเก็บข้อมูลการเยี่ยมชมเว็บไซต์

    Google Analytics เป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยให้ผู้ประกอบการ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าที่มีเพื่อนำไปพัฒนาเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

บันทึกการตั้งค่า