นโยบายการกำกับดูแลกิจการ
นโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ จัดตั้งขึ้นบนพื้นฐานของ ความเชื่อมั่นที่ว่า ประสิทธิภาพและการเติบโตอย่างยั่งยืนของกิจการจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยการดําเนินงาน ตามหลักการกำกับดูแลกจิการที่ดี โดยคณะกรรมการจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้มีส่วนได้เสียขององค์กร ในการกำกับดูแลกจิการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ขององค์กร เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการดําเนินงานของ บริษัทฯ จะเป็นไปอย่างสอดคล้องกับหลักการ ดังกล่าว คณะกรรมการบริษัทฯ จึงจัดทำนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัท เพื่อเป็นกรอบ แนวทางในการดําเนินงานของบริษัทฯ
นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯได้จัดทำขึ้นโดยยึดหลัการกำกับดูแลกิจการที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและของประเทศไทยคือ หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2555 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีขององค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (The Organization for Economic Co-operation and Development: OECD) หรือ OECD Principles of Corporate Governance หลักเกณฑ์การประเมินการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียนในภูมิภาคอาเซียน โดย ASEAN Corporate Governance Scorecard (ACGS) และแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล มาพัฒนาเป็นกรอบแนวทางการดำเนินงานของบริษัทฯ คณะกรรมการมีนโยบายให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานตามแนวนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ได้จัดทำขึ้นนี้อย่างเคร่งครัด ซึ่งคณะกรรมการบริษัทฯเชื่อมั่นว่าจะส่งผลให้การดำเนินงานของบริษัทฯเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส สร้างภาพลักษณ์ที่ดีและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยมีหลักการที่สำคัญ ดังนี้
- มีวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจ ที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่ม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการที่มีความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสามารถ มีประสิทธิภาพเพียงพอ และ รับผิดชอบต่อการกระทำ การตัดสินใจของตนเอง
- ปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างเสมอภาค เท่าเทียมกัน และ เป็นธรรม
- มีความโปร่งใสในการดำเนินงานที่สามารถตรวจสอบได้ และมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ถูกต้อง แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
- มีจริยธรรมและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ
นอกเหนือจากการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนตามหลักการข้างต้นแล้ว คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางการกำกับดูแลกิจการเพื่อนำไปสู่การสร้างความสามารถในการแข่งขันและผลประกอบการที่เป็นเลิศ โดยคำนึงถึงผลกระทบในระยะยาว การประกอบธุรกิจอย่างเป็นธรรมและมีจริยธรรม เคารพสิทธิและมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงความสามารถในการปรับตัวได้ภายใต้ปัจจัยการเปลี่ยนแปลง จึงได้นำหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2560 (CG Code 2017) ซึ่งออกโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) มากำหนดเพิ่มเติมเป็นนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ เพื่อเป็นหลักปฏิบัติให้คณะกรรมการบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้นำหรือผู้รับผิดชอบสูงสุดขององค์กรได้นำไปปรับใช้เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อสร้างคุณค่าให้แก่กิจการอย่างยั่งยืน โดย CG Code 2017 ได้วางหลักปฏิบัติสำหรับคณะกรรมการ 8 ข้อหลักดังนี้
หลักปฏิบัติ 1 : ตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการในฐานะผู้นำองค์กรที่สร้างคุณค่าให้แก่กิจการอย่างยั่งยืน (Establish Clear Leadership Role and Responsibilities of the Board)
หลักปฏิบัติ 2 : กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักของกิจการที่เป็นไปเพื่อความยั่งยืน (Define Objectives that Promote Sustainable Value Creation)
หลักปฏิบัติ 3 : เสริมสร้างคณะกรรมการที่มีประสิทธิผล (Strengthen Board Effectiveness)
หลักปฏิบัติ 4 : สรรหาและพัฒนาผู้บริหารระดับสูงและการบริหารบุคลากร (Ensure Effective CEO and People Management)
หลักปฏิบัติ 5 : ส่งเสริมนวัตกรรมและการประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (Nurture Innovation and Responsible Business)
หลักปฏิบัติ 6 : ดูแลให้มีระบบการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในที่เหมาะสม (Strengthen Effective Risk Management and Internal Control)
หลักปฏิบัติ 7 : รักษาความน่าเชื่อถือทางการเงินและการเปิดเผยข้อมูล (Ensure Disclosure and Financial Integrity)
หลักปฏิบัติ 8 : สนับสนุนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารกับผู้ถือหุ้น (Ensure Engagement and Communication with Shareholders)
คณะกรรมการ บริษัทฯ ประกอบด้วยผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่สามารถเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทฯ ได้ เป็นอย่างดี มีความทุ่มเทและให้เวลาอย่างเต็มที่ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบ คณะกรรมการได้รับการแต่งตั้งจากผู้ถือหุ้น เพื่อกำกับดูแลแนวทางการดำเนินงานของบริษัทฯ แต่งตั้งฝ่ายบริหารเพื่อรับผิดชอบการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อรับผิดชอบเฉพาะเรื่องที่ได้รับมอบหมาย และ แต่งตั้งผู้สอบบัญชีของบริษัท รวมทั้งแต่งตั้งเลขานุการบริษัท รับผิดชอบการดําเนินงานประชุมและการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยมีการกำหนดหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวกับคณะกรรมการ ดังนี้
1. คณะกรรมการ
1.1 โครงสร้างของคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัทฯได้กำหนดนโยบายความหลากหลายของคณะกรรมการ ซึ่งต้องประกอบด้วยความหลากหลายของเพศ ทักษะ วิชาชีพ และองค์ประกอบสมรรถนะของคณะกรรมการบริษัท (Skill Matrix) เช่น วิศวกรรมศาสตร์ การจัดการโรงงาน บัญชี การเงิน การบริหารจัดการและบริหารธุรกิจ เป็นต้น โดยประกอบ ด้วยมีกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารมีประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้อง กับบริษัทและความรู้ในธุรกิจของบริษัทอย่างน้อย 3 คน ด้านกฎหมายอย่างน้อย 1 คน และด้านบัญชีและตรวจสอบบัญชี ด้านการเงิน การบริหารเงินทุน งานภาคประชาสังคม วิสาหกิจ ชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม อย่างน้อย 1 คน
รวมถึงคณะ กรรมการบริษัทต้องประกอบด้วยกรรมการอิสระ ซึ่งต้องมีความ เป็นอิสระตามที่บริษัทกำหนดคุณสมบัติกรรมการ อิสระไว้ ซึ่งสอดคล้องและเข้มกว่าที่กำหนดในประกาศของคณะ กรรมการกำกับตลาดทุน และมีจำนวน อย่างน้อย 1 ใน 3 ของกรรมการทั้งคณะ และมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน
องค์ประกอบของคณะกรรมการ ประกอบด้วย กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร กรรมการที่เป็นผู้บริหาร และมีกรรมการอิสระอย่างน้อยในจำนวนที่คณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์กำหนด
1.2 ประธานกรรมการ
ประธานกรรมการต้องเป็นกรรมการอิสระและไม่ดำรงตำแหน่งใดๆในคณะกรรมการชุดย่อยที่จะได้มีการจัดตั้งขึ้น
1.3 หลักเกณฑ์และกระบวนการในการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการ
คณะกรรมการจะดูแลให้บริษัทฯ มีกระบวนการสรรหากรรมการที่มีความโปร่งใส โดยจะแต่งตั้งบุคคลที่มีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ ทักษะวิชาชีพ ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ในธุรกิจและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (skill Matrix) และไม่จำกัดเพศ อีกทั้งสอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ตลอดจนมีความรับผิดชอบสูงสุดต่อผลการดำเนินงานของบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะนำพาองค์กรให้เจริญก้าวหน้าเติบโตอย่างมั่นคง มีความเที่ยงตรง มีอิสระในการแสดงความคิดเห็น และการตัดสินใจเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ สำหรับผู้ที่จะมาเป็นกรรมการอิสระนั้น ต้องมีคุณสมบัติของการเป็นกรรมการอิสระตามที่บริษัทฯกำหนด
หลักเกณฑ์และกระบวนการในการสรรหาและคัดเลือกกรรมการใหม่: ในกรณีที่มีกรรมการของบริษัทว่างลงคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน จะทำหน้าที่ในการพิจารณาสรรหากรรมการคนใหม่ โดยมีหลักเกณฑ์คือจะพิจารณาจากคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ในการทำงาน ทักษะที่จำเป็นที่ยังขาดอยู่ในคณะกรรมการบริษัท โดยให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท เพื่อปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ รวมทั้งไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายและหลักการกำากับดูแลกิจการที่ดี ทั้งนี้ ในการสรรหาและคัดเลือกกรรมการของบริษัท จะพิจารณาจากฐานข้อมูลกรรมการ (Director Pool) ซึ่งจะก่อให้เกิดความหลากหลายในโครงสร้างของคณะกรรมการ และจัดทำ Board Skill Matrix เพื่อกำหนดคุณสมบัติของกรรมการที่ต้องการสรรหา ให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท เช่น ในกรณีที่บริษัทมีกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจใหม่นอกเหนือจากธุรกิจเดิมที่ดำเนินการอยู่ การสรรหากรรมการควรสรรหาผู้มีคุณสมบัติ ทักษะเฉพาะด้าน และประสบการณ์ให้ตรงกับธุรกิจใหม่ที่บริษัทจะดำเนินการต่อไป
บริษัทมีนโยบายในการให้สิทธิผู้ถือหุ้น เสนอรายชื่อผู้ที่เหมาะสมเข้าเป็นกรรมการโดยประกาศไว้บนเว็บไซต์ของบริษัท โดยบุคคลที่ถูกเสนอชื่อจะได้รับการพิจารณาตามกระบวนการที่คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนกำหนด
คณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนฯทำหน้าที่กลั่นกรองคุณสมบัติและความเหมาะสมของผู้สมัคร ผู้ได้รับการเสนอชื่อหรือกรรมการบริษัทที่ครบกำหนดที่ต้องออกตามวาระ โดยเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและบรรจุเป็นวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นตั้งเป็นกรรมการบริษัท โดยพิจารณาคุณสมบัติ ดังนี้
1.4 คุณสมบัติของกรรมการ: บุคคลที่ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท ต้องเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ และมีคุณสมบัติอย่างน้อยดังนี้
(ก) กรรมการต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีจริยธรรมในดำเนินธุรกิจ และ มีความรู้ความสามารถและปฏิบัติหน้าที่ให้แก่บริษัทได้
(ข) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดและกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งต้องไม่มีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่ได้รับการไว้วางใจให้บริหารจัดการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามที่กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนด
(ค) กรรมการไม่สามารถประกอบธุรกิจเข้าเป็นหุ้นส่วน หรือเข้าเป็นกรรมการในนิติบุคคลอื่นที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับกิจการบริษัทไม่ว่าจะทำเพื่อประโยชน์ของตนหรือประโยชน์ของบุคคลอื่นเว้นแต่จะแจ้งให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบก่อนที่จะมีมติแต่งตั้ง
(ง) กรรมการอิสระต้องมีคุณสมบัติตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ.28/2551 เรื่องการขออนุญาตและการขออนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ลงวันที่ 15 ธันวาคม 2551 (รวมทั้งทีมีการแก้ไขเพิ่มเติม )
(จ) กรรมการที่เป็นผู้บริหารคือกรรมการที่มีส่วนร่วมในการบริหารงานให้แก่บริษัทโดยเต็มเวลาและได้รับผลตอบแทนจากบริษัทเป็นประจำทุกเดือน ในรูปของเงินเดือนหรือ ผลตอบแทนอื่นที่เปรียบเสมือนเงินเดือน
(ฉ) ให้กรรมการแจ้งให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้า เมื่อมีกรณีดังต่อไปนี้
(1) มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในสัญญาใดๆที่บริษัททำขึ้นระหว่างรอบบัญชีโดยระบุข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลักษณะของสัญญา ชื่อของคู่สัญญา และส่วนได้เสียของกรรมการในสัญญานั้น (ถ้ามี )
(2) ถือหุ้นหรือหุ้นกู้ในบริษัทและบริษัทในเครือโดยระบุจำนวนทั้งหมดที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงในระหว่างรอบ บัญชี ( ถ้ามี )
คุณสมบัติประกอบทักษะที่คณะกรรมการต้องมี ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อการกำกับดูแลกิจการอันจะทำให้บริษัทสามารถเติบโตตามแผนกลยุทธ์และเป้าหมายที่ตั้งไว้ ได้แก่
- การบริหารจัดการและการบริหารธุรกิจ
- การจัดการโรงงาน/วิศวกรรมศาสตร์/ยานยนต์
- การวางแผนเชิงกลยุทธ์
- กฎหมาย และ กฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
- การพัฒนาองค์กรและนวัตกรรม
- การขาย - การตลาด
- บัญชี - ตรวจสอบบัญชี
- การเงิน - การบริหารเงินทุน
- สังคม สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
- เทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิตอล
- การร่วมทุน การควบรวมกิจการ และการค้าระหว่างประเทศ
1.5 คุณสมบัติของกรรมการอิสระ
เพื่อให้กรรมการอิสระเป็นกลไกสำคัญในการกำกับดููแลกิจการที่ดี ดููแลผลประโยชน์ของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้น โดยสามารถ ถ่วงดุลอำนาจการตัดสินใจของกรรมการทั้งคณะ รวมถึงมีจิตสำนึกในการปฏิบัติหน้าที่ ตั้งมั่นบนความถูกต้องและสามารถ แสดงความเห็นที่เป็นอิสระ โดยไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด คณะกรรมการบริษัทจึงกำหนดนิยาม และคุณสมบัติของกรรมการอิสระ ในนโยบายการกำกับดููแลกิจการที่ดี ซึ่งเข้มงวดกว่าข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในเรื่องการถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 0.5 (ตามกฎหมายกำหนดร้อยละ 1) ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือ ผู้มีอำนาจควบคุม และผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระ
(1) ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ทั้งนี้ โดยให้นับรวมการถือหุ้นของ ผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระรายนั้นด้วย (ผู้ที่เกี่ยวข้อง หมายถึงบุคคลตามมาตรา 258 แห่งพระราช-บัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์)
(2) ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้เงินเดือนประจำ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าว มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ทั้งนี้ ลักษณะต้องห้ามดังกล่าวไม่รวมถึงกรณีที่กรรมการอิสระเคยเป็น ข้าราชการหรือที่ปรึกษาของส่วนราชการ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ
(3) ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตหรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมายในลักษณะที่เป็น บิดา มารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตรของกรรมการรายอื่น ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น รายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุมหรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจ ควบคุมของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย
(4) ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระ ของตน รวมทั้งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัยหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทาง ธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอำนาจควบคุมของ บริษัทฯ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
(5) ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือ ผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของสำนัก งานสอบบัญชีซึ่งมีผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือ ผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ สังกัดอยู่ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
(6) ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใดๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมาย หรือ ที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่า 2 ล้านบาทต่อปีจากบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุมหรือ หุ้นส่วนของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อย กว่า 2 ปี
(7) ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของบริษัทฯ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือ ผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ
(8) ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัท ย่อยหรือไม่เป็นหุ้นส่วนที่มีนัยในห้างหุ้นส่วน หรือเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่รับเงินเดือนประจำ หรือถือหุ้นเกินร้อยละหนึ่งของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง ทั้งหมดของบริษัทอื่น ซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการ ของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย
(9) ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทฯ
1.6 วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการ
กรรมการบริษัทมีวาระในการดำรงตำแหน่งตามการเสนอของคณะกรรมการและพิจารณาอนุมัติจากผู้ถือหุ้นในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี และในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีทุกครั้ง ให้กรรมการออกจากตำแหน่งจำนวน 1/3 (หนึ่งในสาม) ของจำนวนกรรมการที่มีอยู่ทั้งหมด ถ้าจำนวนกรรมการที่จะแบ่งออกให้ตรงเป็นสามส่วนไม่ได้ ก็ให้ออกโดยจำนวนที่ใกล้ที่สุดกับส่วนหนึ่งในสาม ซึ่งกรรมการซึ่งพ้นตำแหน่งตามวาระอาจได้รับเลือกตั้งใหม่ได้
1.7 การดำรงตำแหน่งในบริษัทอื่นของกรรมการ
เพื่อให้มั่นใจว่ากรรมการจะสามารถอุทิศเวลาและสามารถปฏิบัติหน้าที่และความรับผิดชอบในบริษัทฯ ได้อย่างเพียงพอ คณะกรรมการกำหนดจำนวนบริษัทที่กรรมการแต่ละคนจะไปดำรงตำแหน่งให้เป็นไปตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงาน ก.ล.ต. ดังนี้
- กรรมการบริษัทฯจะดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่เกิน 5 บริษัท (นับรวมบริษัท)
- กรรมการบริษัทฯสามารถเป็นประธานกรรมการ กรรมการที่เป็นผู้บริหาร หรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างในบริษัทอื่นได้อีกไม่เกิน 3 กลุ่มธุรกิจ (ไม่นับรวมบริษัท) ทั้งนี้ หากเป็นบริษัทที่มิใช่กลุ่มธุรกิจ ให้นับแต่ละบริษัทเป็นหนึ่งกลุ่มธุรกิจ
- กรรมการจะต้องเปิดเผยข้อมูลการดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นให้บริษัทฯ ทราบตามข้อกำหนดของทางการ และระเบียบของบริษัทฯ
- ห้ามไม่ให้กรรมการ ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ (CEO) ดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นยกเว้น ดำรงตำแหน่งในบริษัทย่อย บริษัทร่วมค้า เพื่อให้มีเวลาเพียงพอในการบริหารจัดการองค์กร
1.8 ประธานกรรมการเป็นบุคคลคนละคนกับกรรมการผู้จัดการ
คณะกรรมการบริษัทฯกำหนดให้ประธานกรรมการ เป็นบุคคลคนละคนกับกรรมการผู้จัดการ โดยมีบทบาท อำนาจ และหน้าที่ ที่แบ่งแยกออกจากกันอย่างชัดเจน และแต่งตั้งกรรมการอิสระเป็นประธานกรรมการ และประธานคณะกรรมการชุดย่อยอื่น ๆ
1.9 ค่าตอบแทนกรรมการ
- คณะกรรมการจะกำหนดหลักเกณฑ์ องค์ประกอบ และค่าตอบแทนกรรมการที่เป็นธรรมอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยใช้หลักการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ (Fiduciary Duty) และอยู่ในลักษณะที่เปรียบเทียบได้กับระดับที่ปฏิบัติอยู่ในอุตสาหกรรม ประสบการณ์ ภาระหน้าที่ ขอบเขตของบทบาทและความรับผิดชอบ (Accountability and Responsibility) รวมถึงประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากกรรมการแต่ละคน โดยกรรมการที่ได้รับมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น เช่น เป็นสมาชิกในคณะกรรมการชุดย่อยควรได้รับค่าตอบแทนเพิ่มในอัตราที่เหมาะสมด้วย
- คณะกรรมการสรรหาฯ จะมีการพิจารณาทบทวนค่าตอบแทนกรรมการเป็นประจำทุกปี และนำเสนอคณะกรรมการบริษัทฯเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและบรรจุเป็นวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติเป็นประจำทุกปี
- คณะกรรมการจะดูแลให้บริษัทเปิดเผยค่าตอบแทนกรรมการเป็นรายบุคคลในรายงานประจำปี (ผลประโยชน์ตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร)
บำเหน็จกรรมการ
คณะกรรมการเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดกลยุทธ์ นโยบาย และกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทให้เป็นไปตามเป้าหมาย คณะกรรมการอาจพิจารณาให้บำเหน็จแก่คณะกรรมการในอัตราที่เหมาะสม สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัท และระดับที่ปฏิบัติอยู่ในอุตสาหกรรม โดยคณะกรรมการสรรหาฯ จะเป็นผู้พิจารณาบำเหน็จ และนำเสนอคณะกรรมการบริษัทฯเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและบรรจุเป็นวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติ นอกจากนี้ คณะกรรมการจะดูแลให้บริษัท เปิดเผยบำเหน็จกรรมการเป็นรายบุคคลในรายงานต่างๆ ตามข้อกำหนดของทางการ ในรายงานประจำปี
1.10 การปฐมนิเทศกรรมการ
กรรมการบริษัทฯที่เข้ารับหน้าที่ใหม่ จะได้รับข้อมูล เอกสารและการชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทฯ กฎระเบียบต่างๆ นโยบายการกำกับดูแลกิจการ จริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการใหม่อย่างพียงพอและเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในธุรกิจ รวมถึงการดำเนินงานด้านต่างๆ ของบริษัทฯ เพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ บริษัทมีนโยบายที่จะเสริมสร้างความรู้ มุมมองใหม่ ๆ ให้กับกรรมการทุกคน ในการเรียนรู้ ภาวะอุตสาหกรรม ธุรกิจเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อให้กรรมการสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในเรื่องต่างๆ ดังนี้
- เรื่องที่ควรทราบ: โครงสร้างธุรกิจ โครงสร้างกรรมการ ขอบเขตอำนาจหน้าที่ กฎหมายที่ต้องทราบ
- ความรู้ทั่วไปของธุรกิจ: แนวทางการดำเนินงาน นโยบายต่างๆ และเยี่ยมชมกระบวนการผลิต
- จัดให้มีการพบปะ หารือกับกรรมการทั้งคณะ เพื่อสอบถามข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ
1.11 การพัฒนากรรมการและผู้บริหาร
- คณะกรรมการจะส่งเสริมและสนับสนุนในการให้ความรู้แก่กรรมการในการทำหน้าที่กรรมการบริษัทฯ ในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี การปฏิบัติหน้าที่ในการเป็นกรรมการภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย และข้อกำหนดของหน่วยงานทางการที่เกี่ยวข้อง หรือการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อเพิ่มทักษะความสามารถในการกำกับดูแล โดยบริษัทฯเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
- คณะกรรมการจะดูแลให้ฝ่ายจัดการจัดหลักสูตรอบรมภายในของบริษัทฯ ให้แก่กรรมการเพื่อเพิ่มพูนความรู้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และความรับผิดชอบในฐานะกรรมการบริษัทฯ
- บริษัทฯ สนับสนุนให้กรรมการทุกคนได้ศึกษาและอบรมเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับการทำหน้าที่กรรมการอย่างต่อเนื่อง เช่น เข้ารับการอบรมกับสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ซึ่งจะทำให้เกิดมุมมองที่มีประโยชน์ มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของบริษัทฯ
2. หลักการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ
2.1 ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทฯ
คณะกรรมการบริษัทฯ มีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยกำกับดูแลให้การบริหารจัดการเป็นไปตามนโยบาย แนวทาง และเป้าหมาย ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ถือหุ้น และอยู่ในกรอบของการกำกับดูแลกิจการและจริยธรรมที่ดี และคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย คณะกรรมการบริษัทฯ มีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัทฯ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยจะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต รวมทั้ง การปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์
ในการปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการบริษัทฯ เป็นผู้แต่งตั้ง กรรมการผู้จัดการ ( Managing Director ) ให้เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
ในการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯกำหนดให้เรื่องดังต่อไปนี้เป็นอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทฯ ที่จะเป็นผู้พิจารณาอนุมัติหรือให้ความเห็นชอบ
- การกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ ทิศทางและกลยุทธ์ของบริษัทฯ นโยบาย แนวทางการทำธุรกิจ เป้าหมาย แผนงาน และงบประมาณประจำปีของบริษัทฯและบริษัทย่อย
- ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ บริษัทย่อย และบริษัทร่วมค้า ประจำไตรมาสของบริษัทฯ เปรียบเทียบกับเป้าหมาย แผนงาน งบประมาณ และพิจารณาแนวโน้มของการดำเนินงานในแต่ละปี
- การลงทุนในโครงการที่ไม่มีในงบประมาณประจำปี
- การออกเอกสารที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์ของบริษัท
- การซื้อและจำหน่ายสินทรัพย์ การซื้อกิจการ และเข้าร่วมในโครงการร่วมทุนที่ไม่ขัดกับหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่มีมูลค่าเกินจำนวนที่มอบอำนาจให้กรรมการผู้จัดการ
- การทำธุรกรรมหรือการกระทำใดๆ อันมีผลกระทบที่สำคัญต่อฐานะทางการเงิน ภาระหนี้สิน ยุทธศาสตร์การทำธุรกิจ และชื่อเสียงของบริษัทฯ
- การทำสัญญาใดๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการทำธุรกิจปกติ และสัญญาที่เกี่ยวกับการทำธุรกิจปกติที่มีความสำคัญ
- การทำรายการเกี่ยวโยงกันระหว่างบริษัทฯบริษัทย่อย บริษัทร่วมค้า กับบุคคลที่เกี่ยวโยงกันตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ และคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ และตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- อำนาจอนุมัติดำเนินงานภายในองค์กร (Authority Table)
- การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล
- การเปลี่ยนนโยบายและวิธีปฏิบัติที่มีนัยสำคัญเกี่ยวกับการบัญชี การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายใน
- การว่าจ้างกรรมการผู้จัดการ และผู้บริหารระดับสูง
- การกำหนดและการเปลี่ยนแปลง อำนาจอนุมัติ ที่มอบให้กรรมการผู้จัดการ และผู้บริหารระดับสูง
- แต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี และ พิจารณาค่าตอบแทน
- การเสนอแต่งตั้ง และการสิ้นสุดสถานภาพของกรรมการ / เลขานุการบริษัทฯ
- การมอบอำนาจหน้าที่ให้ประธานกรรมการ กรรมการผู้จัดการ หรือ กรรมการบริษัทฯ คนใดคนหนึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงแก้ไขการมอบอำนาจหน้าที่ดังกล่าว ทั้งนี้ต้องไม่ขัดกับหลักเกณฑ์ตลาดหลักทรัพย์ฯและ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- การแต่งตั้ง และกำหนดอำนาจ หน้าที่ของคณะกรรมการชุดย่อย
- การแต่งตั้งกรรมการในบริษัทย่อยและพิจารณาค่าตอบแทนสำหรับคณะกรรมการชุดย่อย (ไม่เกินกว่าจำนวนรวมที่ได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้น)
- การจัดให้มีและกำกับดูแลให้มีการบริหารจัดการตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
- การดำเนินการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับและมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท
- การปรับปรุงเปลี่ยนแปลง และแก้ไขโครงสร้างองค์กร ระดับรองกรรมการผู้จัดการขึ้น ไป
- กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ ที่ประกอบด้วยหลักการและแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานไว้อย่างเหมาะสมโดยมุ่งสร้างสำนึกความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่สร้างความเข้าใจและให้ยึดถือปฏิบัติตามโดยเคร่งครัดควบคู่ไปกับข้อบังคับและระเบียบของบริษัทฯ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
- จัดให้มีระบบบัญชี การรายงานทางการเงิน และการสอบบัญชีที่มีความน่าเชื่อถือ รวมทั้งดูแลให้มีกระบวนการในการประเมินความเหมาะสมของการควบคุมภายใน และการตรวจสอบภายในให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
- พิจารณาถึงปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจเกิดขึ้น และกำหนดแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างครบถ้วน และครอบคลุมดูแลให้ผู้บริหารมีระบบหรือกระบวนการที่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการความเสี่ยง รวมถึงการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจที่อาจจะเกิดขึ้นจากความเสี่ยงดังกล่าว
- สอดส่องดูแลและจัดการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจจะเกิดขึ้น รวมถึงรายการที่เกี่ยวโยงกันให้ความสำคัญในการพิจารณาธุรกรรมหลักที่มีความสำคัญโดยมุ่งเน้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียโดยรวม
- จัดให้มีช่องทางในการสื่อสารกับผู้ถือหุ้นแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสมและกำกับดูแลการเปิดเผยข้อมูล เพื่อให้มั่นใจว่ามีความถูกต้องชัดเจน โปร่งใส น่าเชื่อถือ และมีมาตรฐานสูงสุด
- ประเมินผลงานและทบทวนการปฏิบัติหน้าที่ของตนเองและของประธานกรรมการบริหาร อย่างสม่ำเสมอปีละ 1 ครั้ง
- จัดให้มีระบบหรือกลไกการกำหนดค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯที่เหมาะสมสอดคล้องกับผลการดำเนินงาน เพื่อก่อให้เกิดแรงจูงใจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
- เป็นผู้นำและเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติงานที่ดีมีจรรยาบรรณสอดคล้องกับนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท
- จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณของบริษัทฯ ไม่น้อยกว่าปีละ 1 ครั้ง
- จัดให้มีระบบการคัดสรรบุคลากรที่จะเข้ามารับผิดชอบในตำแหน่งบริหารที่สำคัญทุกระดับอย่างเหมาะสม และมีกระบวนการสรรหาที่โปร่งใส เป็นธรรม ทั้งนี้ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ ตั้งแต่ระดับรองกรรมการผู้จัดการขึ้นไปถึงประธานกรรมการบริหารจะได้รับการแต่งตั้งโดยใช้มติเสียงข้างมากของคณะกรรมการบริษัท
- รายงานให้บริษัทฯ ทราบถึงการมีส่วนได้เสียของตนเองและผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นส่วนได้เสียเกี่ยวกับการบริหารจัดการของบริษัทฯ หรือบริษัทร่วมทุน
- เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ และการประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้ง หากมีภารกิจสำคัญที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ให้แจ้งต่อประธานกรรมการบริษัทฯ
- ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนของสังคมไทย โดยเริ่มต้นที่การยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในชุมชนรอบโรงงานให้ดีขึ้น เพื่อให้ชุมชนและโรงงานสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
- สนับสนุนให้บริษัทฯมีการดำเนินงานในการต่อต้านทุจริตคอร์รับชันในทุกรูปแบบเพื่อความก้าวหน้าและการเจริญเติบโต
นอกจากนี้ การดำเนินการของคณะกรรมการบริษัทฯ ที่ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นก่อนดำเนินการในเรื่องต่างๆ มีดังต่อไปนี้
- การเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกันและการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ที่สำคัญของบริษัทตามที่กฎหมายและคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด
- การขายหรือโอนกิจการของบริษัททั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญให้แก่บุคคลอื่น
- การซื้อหรือรับโอนกิจการของบริษัทอื่นมาเป็นของบริษัทฯ
- การทำ แก้ไข หรือเลิกสัญญาเกี่ยวกับการให้เช่ากิจการของบริษัทฯ ทั้งหมด หรือบางส่วนที่สำคัญ การมอบหมายให้บุคคลอื่นเข้าจัดการธุรกิจของบริษัทฯ หรือการรวมกิจการกับบุคคลอื่นโดยมีวัตถุประสงค์จะแบ่งกำไรขาดทุนกัน
- การเพิ่มเติมหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงหนังสือบริคณห์สนธิ หรือข้อบังคับของบริษัทฯ
- การเพิ่มทุน/ลดทุนจดทะเบียน
- การออกหุ้นกู้เพื่อเสนอขายต่อประชาชน
- การเลิกบริษัท/การควบเข้ากับบริษัทอื่น
- การประกาศจ่ายเงินปันผลประจำปี
- กิจการอื่นใดที่กฎหมาย/ข้อบังคับบริษัทฯ กำหนดให้ต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น
2.2 บทบาทหน้าที่ของประธานกรรมการ
ประธานกรรมการเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการดูแลและสนับสนุนให้คณะกรรมการบริษัทสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ตามทิศทางและกลยุทธ์ที่กำหนดไว้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม ประธานกรรมการมีบทบาทเป็นผู้นำของคณะกรรมการบริษัท หน้าที่ของประธานกรรมการ ได้แก่
- กำกับ ติดตาม และดูแลให้มั่นใจได้ว่าการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลัก
- ดูแลและส่งเสริมให้มีจริยธรรมและการกำกับดูแลกิจการที่ดี
- กำหนดระเบียบวาระการประชุมของคณะกรรมการบริษัท โดยหารือร่วมกับกรรมการผู้จัดการ และมีมาตรการที่ดูแล ให้เรื่อง สำคัญได้ถูกบรรจุเป็นระเบียบวาระการประชุม
- จัดสรรเวลาในการประชุมคณะกรรมการบริษัทอย่างเพียงพอที่ฝ่ายจัดการจะเสนอเรื่อง และกรรมการจะอภิปรายประเด็นสำคัญกันอย่างครบถ้วน และส่งเสริมให้กรรมการใช้ดุลพินิจที่รอบคอบและให้ความเห็นได้อย่างเป็นอิสระ
- เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกรรมการที่เป็นผู้บริหารและกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร และระหว่างคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายจัดการ
2.3 บทบาทหน้าที่ของกรรมการ
- ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับของบริษัท ที่เกี่ยวข้อง
- ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและรอบคอบระมัดระวังเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ
- เข้าร่วมและให้การสนับสนุน จิกรรมต่างๆ ของบริษัทฯ อย่างสม่ำเสมอ
- เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ และการประชุมใหญ่ของบริษัทฯอย่างสม่ำเสมอ
- มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์ ในการดำเนินงานของบริษัทฯ
- มีหน้าที่รายงานให้ทราบเกี่ยวกับธุรกรรมที่มี หรืออาจจะมีส่วนได้เสียกับบริษัทฯฯ ไม่นําข้อมูลภายในที่ได้รับจาก การปฏิบัติงานในฐานะกรรมการ และนําตำแหน่งกรรมการบริษัทฯไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือทำให้บริษัทฯได้รับความเสียหาย
- มีหน้าที่รายงานให้ทราบเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่ทำให้มีคุณสมบัติของการเป็นกรรมการไม่ครบถ้วน
3. การประชุมคณะกรรมการบริษัท
3.1 การประชุม
- คณะกรรมการต้องเข้าร่วมประชุมสม่ำเสมอไม่น้อยกว่า 4 ครั้ง / ปี ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ถ้ามีรองประธานกรรมการ หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานที่ประชุม
คณะกรรมการจะจัดเวลาการประชุมคณะกรรมการให้เพียงพอเพื่อพิจารณาทบทวนภารกิจและวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ของบริษัทฯเป็นประจำทุกปี
คณะกรรมการมีโอกาสประชุมกันเอง โดยไม่มีผู้บริหารเข้าร่วมประชุมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
- การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ให้ถือเสียงข้างมากโดยกรรมการคนหนึ่งมีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน เว้นแต่กรรมการซึ่งมีส่วนได้เสียในเรื่องใด ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
- การประชุมคณะกรรมการบริษัทตามปกติให้จัดขึ้นอย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง ให้ประธานกรรมการเป็นผู้เรียกประชุมกรรมการ
- ให้ประธานกรรมการ หรือกรรมการที่ได้รับมอบหมายจากประธานกรรมการเป็นผู้กำหนดวัน เวลา และสถานที่ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท
- ในการเรียกประชุมคณะกรรมการบริษัท ให้ประธานกรรมการหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายส่งหนังสือนัดประชุมโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือส่งมอบให้แก่กรรมการ ผู้แทนของกรรมการโดยตรง โดยระบุวัน เวลา สถานที่และกิจกรรมไปยังกรรการ ไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันประชุม เว้นแต่กรณีจำเป็นรีบด่วนเพื่อรักษาสิทธิหรือประโยชน์ของบริษัท จะแจ้งการนัดประชุมให้เร็วกว่านั้นก็ได้
- การลงมติใดๆในที่ประชุมคณะกรรมการ กำหนดให้องค์ประชุมขั้นต่ำ ขณะที่คณะกรรมการจะลงมติในที่ประชุมเพื่อพิจารณาอนุมัติ ต้องมีกรรมการอยู่ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด
3.2 วาระการประชุม
ในการประชุมคณะกรรมการแต่ละครั้ง ประธานกรรมการร่วมกับกรรมการผู้จัดการจะหารือรายละเอียดของแต่ละวาระที่จะบรรจุไว้ในระเบียบวาระการประชุม ทั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการจะหารือร่วมกันในการกำหนดตารางและหัวข้อหลักของวาระการประชุมล่วงหน้าไว้ตลอดทั้งปีและแจ้งให้คณะกรรมการทราบในการประชุมครั้งแรกของปี
กรรมการสามารถเสนอเรื่องที่เห็นสมควรกำหนดเป็นวาระแก่ประธานกรรมการล่วงหน้า อย่างน้อย14วัน พร้อมข้อมูลและเหตุผล
ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการควรมั่นใจว่า วาระการประชุมที่กำหนดขึ้นนั้น นอกเหนือจากจะเป็นเรื่องผลการดําเนินงานทางการเงินแล้ว ยังจะต้องประกอบด้วยผล การดําเนินงานทีสำคัญด้านอื่นๆ เช่น ผลการดำเนินงาน การแข่งขันภายในอุตสาหกรรมและแนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและสภาพการแข่งขันในอนาคต ความเสี่ยง รายงานด้านความยั่งยืน เป็นต้น
3.3 เอกสารประกอบการประชุม
ฝ่ายจัดการจะต้องจัดส่งหนังสือเชิญประชุมซึ่งต้องระบุระเบียบวาระการประชุม พร้อมทั้งเอกสารประกอบการพิจารณาในแต่ละวาระ ให้กรรมการแต่ละคนล่วงหน้าก่อนวันประชุมเป็นเวลาอย่างน้อย 7วัน เพื่อให้กรรมการมีเวลาในการพิจารณา ศึกษาวาระและเอกสารประกอบการประชุม
3.4 รายงานการประชุม
ภายหลังการประชุมคณะกรรมการ จะต้องจัดทำรายงานการประชุมไว้เป็นลายลกัษณ์อักษรโดยจะต้องบันทึกสาระสำคัญของข้อซักถาม ความเห็นของกรรมการ มติที่ประชุม และจัดส่งร่างรายงานการประชุมให้แก่คณะกรรมการภายใน 7 วันหลังการประชุมแต่ละครั้ง
ทั้งนี้รายงานการประชุมจะได้รับการรับรองในการประชุมคณะกรรมการครั้งต่อไป และจะต้องถูกจัดเก็บไว้อย่างเป็นระบบ ปลอดภัย เพื่อพร้อมสำหรับการอ้างอิงและตรวจสอบจากคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
4. การประเมินผลคณะกรรมการ
คณะกรรมการบริษัทฯ ต้องประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นกรอบในการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทฯ รวมทั้งเพื่อใช้พิจารณา ทบทวน วิเคราะห์ผลการดําเนินงาน และนํามาพัฒนา ปรับปรุงการทำงานต่อไป โดยการประเมินผลดังกล่าว แบ่งเป็น
- การประเมินผลคณะกรรมการทั้งคณะ
- การประเมินผลคณะกรรมการรายบุคคล
- การประเมนิผลคณะกรรมการชุดย่อยทุกคณะ
ทั้งนี้หลักเกณฑ์และกระบวนการการประเมินผลดังกล่าวต้องรายงานให้คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบ รวมถึงนำเสนอในรายงานประจำปีด้วย
5. การคุ้มครองการปฏิบัติงานของกรรมการ
บริษัทฯจะจัดให้มีการคุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ เว้นแต่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับของบริษัทฯ โดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของกรรมการเอง
6. การแต่งตั้งกรรมการชุดย่อย
คณะกรรมการบริษัทฯสามารถแต่งตังคณะกรรมการชุดย่อยขึ้นเพื่อทำหน้าที่ สอบทาน ตรวจสอบ กำกับดูแลพิจารณากลั่นกรอง ก่อนมีมติใดๆ ตามความเหมาะสมและความจําเป็นเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทฯมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
คณะกรรมการชุดย่อยแต่ละชุดจะต้องประกอบด้วยกรรมการอิสระอย่างน้อย 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ยกเว้น คณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งจะต้องประกอบด้วยกรรมการอิสระทั้งหมดและประธานกรรมการของคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละชุดจะต้องเป็นกรรมการอิสระ
กรรมการในคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละชุดมีวาระการดำรงตำแหน่งตามวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทฯของตนเอง หรือคณะกรรมการมีมติเป็นอย่างอื่น และสามารถได้รับการแต่งตั้งต่อไปได้อีกวาระหนึ่งตามมติเห็นชอบของคณะกรรมการบริษัทฯ
การดําเนินงานของคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละชุดให้เป็นไปตามบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละชุดที่ได้รับการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทฯ
ในการประชุมคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละชุดจะต้องมีการบันทึกผลการประชุมไว้ในรายงานการประชุมเป็นลายลกัษณ์อักษร โดยจะต้องบันทึกข้อซักถามถาม ความเห็นของกรรมการ และมติที่ประชุมและจะต้องจัดส่งร่างรายงานการประชุมแก่คณะกรรมการชุดย่อยภายใน 7 วันหลัง การประชุมแต่ละครั้งและให้มีการรายงานผลการประชุมให้ที่ประชุมของคณะกรรมการบริษัทฯ ทราบในการประชุมครั้งต่อไป
คณะกรรมการบริษัทฯ มีนโยบายให้มีคณะกรรมการชุดย่อย ดังต่อไปนี้ ทั้งนี้คณะกรรมการอาจพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยอื่นๆ เพิ่มเติมตามความจำเป็นและความเหมาะสม
1.คณะกรรมการตรวจสอบ
มีหน้าที่และความรับผิดชอบใน การกำกับดูแลและให้ความเห็น ด้านการรายงานทางการเงิน การบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน การปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับของบริษัทฯ การคัดเลือกเสนอแต่งตั้งและเสนอเลิกจ้างผู้สอบบัญชี การให้ความเห็นในการจัดจ้างผู้ตรวจสอบภายใน การพิจารณารายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และการตรวจสอบ/สอบสวนเรื่องร้องเรียน พร้อมทั้งจัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบและเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปี
2. คณะกรรมการบริหาร
มีหน้าที่และความรับผิดชอบดำเนินการตามนโยบายที่คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมาย เป็นผู้กำหนดยุทธศาสตร์ธุรกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาว ด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท กำกับดูแลและอนุมัติเรื่องเกี่ยวกับการดำเนินงานตามปกติของบริษัทตามอำนาจหน้าที่ที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย อนุมัติแต่งตั้งที่ปรึกษาด้านต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของบริษัทโดยอยู่ภายใต้กรอบงบประมาณที่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมบริษัทในแต่ละปี
3. คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
มีหน้าที่และความรับผิดชอบใน การสรรหา พัฒนา ประเมินผลและพิจารณาผลตอบแทนแก่กรรมการและที่ปรึกษาของคณะกรรมการบริษัทฯ สรรหา ประเมินผลเพื่อการสรรหาและการวางแผนสืบทอดตำแหน่งของกรรมการผู้จัดการและผู้บริหารระดบัสงู รวมทั้งพิจารณา การประเมินผลงานประจำปี และผลตอบแทนของกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารและพนักงาน
4. คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน
มีหน้าและความรับผิดชอบในการกำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการ จรรยาบรรณธุรกิจ แนวปฏิบัติที่เกี่ยวกับจรรยาบรรณธุรกิจ หรือแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการอื่น ๆ พร้อมทั้งพิจารณาทบทวนและปรับปรุงเป็นประจำทุกปีรวมทั้งกำกับดูแลให้มีแนวทางในการสื่อสาร ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ
5. คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
มีหน้าและความรับผิดชอบกำหนดกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร และความเสี่ยงที่ยอมรับได้ พร้อมบูรณาการบริหารความเสี่ยงเข้ากับการบริหารธุรกิจขององค์กร และมีการทบทวนกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจ กำหนดให้มีกระบวนการ หลักเกณฑ์ และมาตรการในการบริหารความเสี่ยง
รวมถึงการบ่งชี้ วิเคราะห์ ประเมินผล ติดตาม และสื่อสารในระดับภาพรวมขององค์กร เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทางบริหารที่กำหนดไว้ติดตามให้มีการทบทวนความเสี่ยง และจัดทำแผนจัดการความเสี่ยงในระดับองค์กร (Corporate risk) ให้บรรลุผลตามเป้าหมายพร้อมรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบตามลำดับ แต่งตั้งคณะทำงานบริหารความเสี่ยงระดับสายงานแต่ละสังกัดได้ตามความเหมาะสม และติดตามผลการดำเนินงานของคณะทำงานบริหารความเสี่ยงระดับสายงานของแต่ละสังกัดทุกไตรมาส ส่งเสริมความตระหนักด้านการบริหารความเสี่ยงแก่หน่วยธุรกิจและหน่วยงานสนับสนุนต่าง ๆ พร้อมทั้งให้คำแนะนำและสนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็นต่อการบริหารความเสี่ยงขององค์กรให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดจัดให้มีการประชุมทบทวนผลการดำเนินงานตามระบบบริหารความเสี่ยง เพื่อให้องค์กรคงความสามารถในการบรรลุเป้าหมาย โดยมีมาตรการควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจ
7. ผู้บริหาร
7.1 อำนาจหน้าที่กรรมการผู้จัดการ
- จัดทำนโยบาย แนวทางยุทธศาสตร์การทำธุรกิจ เป้าหมายแผนงานและงบประมาณประจำปีของบริษัท และบริษัทย่อย เสนอให้คณะกรรมการบริษัทอนุมัติ
- ดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบาย แนวทางยุทธศาสตร์การทำธุรกิจ เป้าหมาย แผนงาน และงบประมาณ ประจำปีของบริษัทและบริษัทย่อย ตามที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติ
- รายงานผลงานและผลประกอบการประจำเดือนและไตรมาสของบริษัท และบริษัทย่อยเทียบกับแผนและงบประมาณ ให้คณะกรรมการบริษัทรับทราบพร้อมข้อเสนอแนะ
- อนุมัติค่าใช้จ่ายได้ไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อครั้ง โดยต้องรายงานให้คณะกรรมการบริษัททราบ
- อนุมัติโครงการลงทุนในวงเงินไม่เกิน 20 ล้านบาท โดยโครงการลงทุนนั้น ต้องเป็นโครงการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของบริษัท และมีอัตราผลตอบแทนการลงทุนโครงการ (IRR Project) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 และต้องสอดรับกับนโยบายการกำหนดราคาขาย ของคณะกรรมการบริหาร และรายงานคณะกรรมการบริหาร ทราบ เว้นแต่ โครงการลงทุนที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ข้างต้นให้เสนอคณะกรรมการบริหารพิจารณาอนุมัติ ทั้งนี้ ให้รวมถึงโครงการลงทุน เพื่อการบำรุงรักษา การปรับปรุงประสิทธิภาพ หรือ การทดแทนเครื่องจักรเดิม
- อนุมัติให้ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงและแก้ไขโครงสร้างองค์กร ระดับฝ่ายลงไป
- เรื่องอื่น ๆ ที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมายทั้งนี้ การใช้อำนาจหน้าที่ของกรรมการผู้จัดการ ไม่รวมถึง (ต้องไม่ขัดแย้งกับกฎเกณฑ์ของ ก.ล.ต.) อำนาจในการอนุมัติรายการที่ทำให้กรรมการผู้จัดการหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง มีส่วนได้เสีย หรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในลักษณะอื่นใดกับบริษัท และบริษัทย่อย รวมทั้งรายการที่กำหนด ให้ขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น เช่น รายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัท และบริษัทย่อย เป็นต้น
7.2 การประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการ
คณะกรรมการบริษัทฯ กำหนดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการเป็นประจำทุกปี โดยใช้แบบฟอร์มที่บริษัทฯปรับปรุงจากตัวอย่าง แบบประเมินตนเองของกรรมการผู้จัดการของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับเป้าหมายและแผนยุทธศาสตร์ขององค์กร โดยเกณฑ์การประเมินแบ่งหัวข้อดังนี้
- ความเป็นผู้นำ
- การกำหนดกลยุทธ์
- การปฏิบัติตามกลยุทธ์
- การวางแผนและผลปฏิบัติทางการเงิน
- ความสัมพันธ์กับคณะกรรมการ
- ความสัมพันธ์ภายนอก
- การบริหารงานและความสัมพันธ์กับบุคลากร
- การสืบทอดตำแหน่ง
- ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์และบริการ
- คุณลักษณะส่วนตัว
คณะกรรมการบริษัทฯ จะแจ้งผลการประเมินให้กรรมการผู้จัดการทราบ พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาผลการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการต่อไป
7.3 ทำแผนสืบทอดตำแหน่งกรรมการผู้จัดการและผู้บริหารสูงสุด
คณะกรรมการบริษัทฯ ต้องกำกับดูแลให้มีการสรรหาและจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งกรรมการผู้จัดการและผู้บริหารระดับสูงพร้อมนำเสนอถึงแนวทางในการดำเนินการการจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งงาน และให้กรรมการผู้จัดการรายงานผลการดําเนินงานตามแผนสืบทอดตำแหน่งต่อคณะกรรมการเพื่อทราบเป็นระยะด้วย โดยคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนจะกำกับดูแลให้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และกระบวนการในการสรรหาคัดเลือกให้เหมาะสมกับสถานการณ์และบริบทการดําเนินงานของบริษัทฯ รวมถึงพิจารณาบุคคลทั้งจากภายในและภายนอกบริษัทฯ เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ
8. จริยธรรมและการดำเนินการตามกฎหมาย
8.1 จริยธรรมและจรรยาบรรณ
คณะกรรมการต้องจัดให้มี จริยธรรมและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ ของกรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน ไว้เป็นลายลกัษณ์อักษร เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานยึดถือและปฏิบัติตาม โดยคณะกรรมการบริษัทฯ มอบหมายให้คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการทำหน้าที่ในการกำกับดูแลให้มีการสื่อสารและติดตามการปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการ จรรยาบรรณธุรกิจ แนวปฏิบัติที่เกี่ยวกับจรรยาบรรณธุรกิจ หรือ แนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการอื่นๆ ของกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ พร้อมทั้งรายงานให้คณะกรรมการบริษัทฯ ทราบอย่างสม่ำเสมอ
8.2 การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง
คณะกรรมการบริษัทฯกำกับดูแลให้ฝ่ายจัดการมีระบบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมทั้งทางด้านกลยุทธ์การเงิน การปฏิบัติงานและการดําเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับของบริษัทฯ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยมีการจัดทำนโยบายและแนวทางเกี่ยวกับการควบคุมภายในและการบริหาร ความเสีjยงไว้เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานและจัดให้มีการตรวจสอบภายในซึ่งรายงานตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ โดยอาจว่าจ้างบุคคลหรือนิติบุคคลภายนอกทำหน้าที่ในการตรวจสอบภายใน ทั้งนี้คณะกรรมการตรวจสอบจะทบทวนระบบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
คณะกรรมการบริษัทฯกำหนดนโยบายการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนขอ้ร้อง โดยจัดให้มีแนวทาง ในการรับข้อร้องเรียนผู้มีส่วนได้เสีย มีกลไกการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส แนวทางการดำเนินการหลังมีผู้แจ้งเบาะแส การตรวจสอบข้อมูล และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทฯ
8.3 การจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์
คณะกรรมการกำหนดให้มีจรรยาบรรณและข้อพึงปฏิบัติ เกี่ยวกับการจัดการความขัดแย้งของผลประโยชน์ไว้ในคู่มือจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อให้ กรรมการ ผู้บริหาร พนักงานยึดถือปฏิบัติโดนเคร่งครัด
กรรมการต้องแจ้งให้คณะกรรมการบริษัทฯทราบกรณีที่มีส่วนได้เสียในธุรกรรมใดๆโดยกรรมการจะไม่ เข้าประชุมในวาระดังกล่าว
8.4 การต่อต้านการทุจริตคอร์รับชั่น
คณะกรรมการกําหนดให้มีนโยบาย แนวปฏิบัติในการดำเนินการที่เหมาะสม เพื่อป้องกัน การทุจริตคอร์รับชันกับทุกกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทฯ และเพื่อให้การตัดสินใจและ การดําเนินงานทางธุรกิจที่อาจมีความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รับชัน ได้รับการพิจารณาและปฏิบัติอย่างรอบคอบ
9. การประชุมใหญ่สามัญประจำปี
คณะกรรมการบริษัทฯให้ความสำคัญกับการประชุมใหญ่สามัญประจำปีโดยผู้ถือหุ้นสามารถแสดงความคิดเห็น ให้ข้อเสนอแนะ ออกเสียงลงมติในที่ประชุมและใช้สิทธิในการตัดสินใจใน การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่างๆ รวมถึงเลือกตั้งกรรมการและยังสามารถใช้เป็นช่องทางในการติดตามผลการดำเนินงานของคณะกรรมการและฝ่ายจัดจัดการ คณะกรรมการบริษัทฯกำกับดูแลให้บริษัทฯดําเนินงานการจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยคำนึงถึงการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย การปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้สียอย่างเป็นธรรมและเหมาะสม
คณะกรรมกการบริษัทฯจะดูแลให้ผู้ถือหุ้น ได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิในการเข้าร่วมประชุมและไม่กระทำการใดๆ ที่มีลักษณะเป็นการจำกัดโอกาสของผู้ถือหุ้น ในการเข้าถึงข้อมูลของบริษัทฯ และการเข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี
บริษัทฯจะต้องจัดส่งหนังสือเชิญประชุม รายละเอียดของวาระการประชุม ซึ่งต้องระบุถึงข้อเท็จจริงและเหตุผล รวมถึงความเห็นของคณะกรรมการที่มีต่อวาระนั้น รวมทั้งเอกสารประกอบการประชุมให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาล่วงหน้าก่อนการประชุมอย่างน้อย 14 วัน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมีเวลาศึกษาข้อมูลล่วงหน้าได้อย่างเพียงพอ ทั้งนี้ต้องเปิดเผย เผยแพร่หนังสือเชิญประชุมพร้อมเอกสารประกอบการประชุมไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ก่อนที่จะส่งเอกสาร
บริษัทฯจะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเสนอวาระการประชุมได้ล่วงหน้าตามแนวทางที่คณะกรรมการบริษัทฯกำหนด ทั้งนี้ มิให้ผู้ถือหุ้นพิมพ์วาระการประชุมใดที่ไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า
ประธานในที่ประชุมต้องจัดสรรเวลาให้เหมาะสมและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นมีโอกาสได้แสดงความเห็นและตั้งคําถามต่อที่ประชุมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ
กรรมการทุกคนต้องเข้าร่วมการประชุมใหญ่สามัญอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะประธานกรรมการ ประธานกรรมการชุดย่อย กรรมการผู้จัดการ เพื่อตอบข้อซักถามของผู้ถือหุ้นในเรื่องที่เกี่ยวข้อง
ภายหลังจากการประชุมบริษัทฯ จะต้องเปิดเผยมติการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในวันทำการถัดไปภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม โดยมติดังกล่าวได้ระบุคะแนนเสียงของผู้ถือหุ้นทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงใน บัตรเสีย แต่ละวาระ และจัดทำรายงานการประชุมที่ระบุรายชื่อกรรมการ ผู้บริหาร และผู้เกี่ยวข้องที่เข้าร่วมประชุม คำชี้แจงที่เป็นสาระสำคัญ คำถาม/คำตอบ ข้อคิดเห็นโดยสรุปอย่างครบถ้วน ทั้งภาษาไทย/ภาษาอังกฤษ นำส่งตลาดหลักทรัพย์ ผู้ถือหุ้น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน14วัน นับแต่วันประชุมเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้จากการพัฒนาและปรับปรุงการจัดประชุมผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องและนําส่ง รายงานการประชุมทีคณะกรรมการบริษัทฯให้ความเห็นชอบแล้วให้ ผู้ถือหุ้นพร้อมกับหนังสือเชิญประชุมครั้งถัดไป
10. ความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสีย
คณะกรรมการบริษัทฯให้ความสำคัญ ในการดําเนินงานอย่างมีจริยธรรม มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เคารพและคำนึงถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ อันได้แก่ ผู้ถือหุ้น คู่ค้า ลูกค้า พนักงาน เจ้าหนี้ ลูกหนี้ คู่แข่งทางการค้า หน่วยงานกำกับดูแลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ รวมทั้งความรับผิดชอบต่อสังคม โดยดูแลให้แต่ละกลุ่มได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรม ตามสิทธิที่มีตามกฎหมายหรือตามข้อตกลงที่ทำร่วมกันไว้ ซึ่งคณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดแนวปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในจริธรรมสำหรับ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ
11. การเปิดเผยข้อมูล
บริษัทฯต้องเปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศ ทั้งข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลทั่วไปที่สำคัญที่เกี่ยวกับธุรกิจและผลประกอบการของบริษัทฯ ที่ตรงต่อความเป็นจริง มีสาระสำคัญครบถ้วน เพียงพอเชื่อถือได้ ตรงไปตรงมา และทันเวลา อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกันและแสดงให้เห็นถึงสถานภาพของการประกอบการ และสถานภาพทางการเงินที่แท้จริงของบริษัทฯ รวมทั้งทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในอนาคต เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียสามารถเข้าถึงข้อมูลในเรื่องต่างๆ ได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศผ่านระบบ Setlink.set.or.th ของตลาดหลักทรัพย์ฯ และเว็บไซต์ https://www.fpiautoprts.com/ คณะกรรมการบริษัทฯ ยึดถือปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ ข้อบังคับต่างๆ ที่กำหนดโดยสำนักงาน ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ และหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐอย่างเคร่งครัด และติดตามการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสิ่งที่บริษัทฯ ได้ถือปฏิบัตินั้นมีความถูกต้องและเป็นหลักประกันให้ผู้ถือหุ้นเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส ถูกต้อง ตรงไปตรงมา
12.การเก็บรักษาความลับของข้อมูล การเก็บรักษาและการทำงาน
บริษัทฯให้ความสำคัญกับการป้องกัน รักษาข้อมูล อันเป็นความลับของบริษัทฯ ทั้งที่เป็นข้อมูล ที่เกี่ยบกับทะเบียนลูกค้า ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ สิทธิบัตร ตลอดจนข้อมูลส่วนบุคคลของกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน เว้นแต่ได้รับยินยอม จากบุคคลดังกล่าวเท่านั้น โดยกำหนดเป็นระเบียบปฏิบัติ และมาตรการป้องกันรักษาข้อมูลอันเป็นความลับของบริษัทฯ ไว้ในจริยธรรมธุรกิจ
บริษัทฯต้องจัดให้มีระบบการเก็บรักษาเอกสารสำคัญ ไม่ว่าจะด้วยระบบคอมพิวเตอร์ หรือระบบอื่นใด โดยดูแลให้มีการจัดเก็บเอกสารที่ถูกต้อง ครบถ้วนและไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อความใดๆ ในเอกสารดังกล่าว โดยจะต้องสามารถตรวจสอบได้ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันที่มีการจัดทำเอกสารข้อมูลดังกล่าว
13. การกำกับดูแลการดำเนินงานของ บริษัทย่อย
คณะกรรมการบริษัทฯ ได้ให้ความเห็นชอบในการกำหนดแนวทางการกำกับดูแลกิจการบริษัท บริษัทย่อย ให้มีแนวทางในการดำเนินงาน / บริหารจัดการที่สอดคล้องและเป็นไปตามกรอบแนวทางการดำเนินธุรกิจขององค์กร เพื่อให้การกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท และบริษัทย่อยมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดให้ประธานกรรมการบริหารเป็นผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ ข้อกำหนด และวิธีการ ในการกำหนดพนักงานหรือบุคคลใด เพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทย่อย โดยได้กำหนดไว้ในระเบียบบริหารงานบุคคลของบริษัท ซึ่งบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการบริษัทในบริษัทย่อย มีหน้าที่ดำเนินการเพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดของบริษัทที่ตนดำรงตำแหน่งกรรมการ
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำกับดูแลให้นโยบายที่สำคัญต่างๆของบริษัทย่อย อาทิ นโยบายการบริหารจัดการ นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี นโยบายกำกับดูแลการปฏิบัติงาน นโยบายบัญชีการเงิน นโยบายการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม นโยบายด้านพลังงาน นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม นโยบายการบริหารบุคคล ตลอดจนโยบายสำคัญอื่น ให้มีการดำเนินการที่สอดคล้องและเป็นไปตามข้อกำหนดกฎเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต.ตลาดหลักทรัพย์ฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
14. การปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีในเรื่องอื่นๆ
บริษัทฯกำหนดให้มีการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยได้เพิ่มเติมการปฏิบัติในเรื่องคุณสมบัติกรรมการที่กำหนดให้ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องเพศ สัญชาติหรือศาสนา และการกำหนดนโยบาย ความหลากหลาย ด้านความรู้ความสามารถของกรรมการ กำหนดระยะเวลาในการทบทวนกลยุทธ์ “เป็นประจำทุกปี” คณะกรรมการบริษัทฯ จัดให้มีการประเมินผลงานของคณะกรรมการชุดย่อยทุกคณะเพื่อประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี จัดให้มีนโยบายการเงิน การบัญชี ภาษี และงบประมาณของบริษัทฯ เพื่อใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพิ่มเติมขอบเขตหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในปัจจุบัน จัดให้มีการประเมินความเสี่ยงที่อาจมีในทุกๆ มิติ ที่ครอบคลุมถึงการประเมินความเสี่ยงด้านคอร์รับชันที่อาจเกิดขึ้นต่อบริษัทฯ และจัดทำกรอบการควบคุมภายในขององค์กรซึ่งมีวัตถุประสงค์ครอบคลุมเรื่องการประเมินความเสี่ยงด้านคอร์รับชันในระดับกระบวนการ และกำหนดให้มีกระบวนการประเมินระบบการควบคุมภายในของบริษัทฯ เป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ มีระบบการควบคุมภายในที่เพียงพอและเหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจ การให้ความสำคัญต่อการป้องกันทุจริต คอร์รับชัน และการฟอกเงิน แนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับระยะเวลาการงดเว้นการซื้อขายหลักทรัพย์บริษัทฯ ของกรรมการและผู้บริหารโดยใช้ข้อมูลภายใน 30 วันก่อนการเปิดเผยงบการเงิน เป็นต้น
ทั้งนี้คณะกรรมการได้มีการทบทวนและมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นไป
ลงชื่อ……………………………………………………….
( นายสุธนัย ประเสริฐสรรพ์ )
ประธานกรรมการ
