นโยบายการเคารพต่อสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2
(Human Rights and Fair Labor Practices Policy 2nd Revised Edition)
บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน)
บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ผลิตและให้บริการออกแบบชิ้นส่วนยานยนต์จากพลาสติกครบวงจร มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชนสากล เคารพคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ ครอบคลุมตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ภายใต้การปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (NAP) แนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี (GLP) และมาตรฐานสากลอันเป็นที่ยอมรับ ได้แก่ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ (UDHR) หลักการชี้นำของสหประชาชาติว่าด้วยการดำเนินธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UNGP) ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UNGC) มาตรฐานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) แนวปฏิบัติสำหรับบรรษัทข้ามชาติขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD Guidelines) สิทธิเด็กและหลักปฏิบัติทางธุรกิจ (CRBP) และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ (CRPD) เพื่อนำคำมั่นสัญญานี้ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายและมาตรการดำเนินการควบคู่ไปกับการส่งเสริมความตระหนักรู้และความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยมีกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) เพื่อระบุ ประเมิน ป้องกัน บรรเทาและเยียวยาประเด็นสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ (Salient Human Rights Issues) ที่อาจเกิดขึ้นกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ผู้รับเหมาช่วง ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ นโยบายการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน และจรรยาบรรณคู่ค้า ซึ่งคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร พนักงานทุกระดับต้องร่วมกันส่งเสริม สนับสนุน และถือเป็นความรับผิดชอบโดยตรงในการบริหารจัดการประเด็นสิทธิมนุษยชนที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง ผ่านการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย กระบวนการตรวจสอบอย่างโปร่งใส และการเปิดเผยข้อมูลอย่างรับผิดชอบ ดังนี้
การเคารพต่อสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ กำหนดให้การเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรและกระบวนการดำเนินธุรกิจ โดยมีการบูรณาการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดนโยบาย การพัฒนากระบวนการทำงาน การจัดหาวัตถุดิบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการบุคลากร ไปจนถึงการบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่ากิจกรรมทั้งหมดจะไม่ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิหรือการเลือกปฏิบัติ นอกจากนี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะพัฒนานโยบายด้านสิทธิมนุษยชนให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศต่าง ๆ ที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า
แนวทางการดำเนินงาน
- บริษัทฯ บูรณาการหลักการสิทธิมนุษยชนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของทุกกิจกรรมทางธุรกิจ โดยปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าให้สอดคล้องกับกฎหมาย ข้อกำหนดของลูกค้า และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ผ่านกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) ซึ่งเป็นกลไกหลักในการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน ครอบคลุมการประเมินความเสี่ยง การป้องกันและการบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการสำคัญ เช่น การสรรหาบุคลากร การพัฒนาพนักงาน การจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงการประเมินคู่ค้าและผู้รับเหมาช่วงตามระบบการทำงาน เพื่อสร้างมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า และส่งเสริมให้ผลการดำเนินงานสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
- บริษัทฯ กำหนดให้คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ ต้องปฏิบัติตามแนวทางด้านสิทธิมนุษยชน โดยบูรณาการเข้าสู่กระบวนการดำเนินงาน กลยุทธ์ แผนงาน และเป้าหมายการทำงานในด้านสิทธิมนุษยชน ตลอดจนดำเนินการติดตามประเมินผล และทบทวนการปฏิบัติงาน เพื่อส่งเสริมให้มีการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพสิทธิมนุษยชนและปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า
- บริษัทฯ ปกป้องและเคารพสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยมีนโยบายไม่ยอมรับการใช้แรงงานเด็กทุกรูปแบบอย่างเด็ดขาด (Zero Tolerance Policy) ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่สำคัญ ได้แก่ อนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 138 ว่าด้วยอายุขั้นต่ำในการจ้างงาน และฉบับที่ 182 ว่าด้วยการขจัดรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดของการใช้แรงงานเด็ก นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังยึดมั่นในกรอบการทำงานสากลเพื่อคุ้มครองสิทธิเด็กในมิติอื่น ๆ ตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGP) และสิทธิเด็กและหลักปฏิบัติทางธุรกิจ (CRBP) เพื่อให้มั่นใจว่าสิทธิของเด็กในการมีชีวิตรอด การพัฒนา การได้รับการคุ้มครอง และการมีส่วนร่วมได้รับการเคารพในทุกมิติที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ ทั้งในสถานประกอบการ กิจกรรมทางการตลาด และผลกระทบต่อชุมชน โดยยึดหลักการปฏิบัติต่อเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ ศาสนา เพศ สถานะทางเศรษฐกิจ หรือความพิการใด ๆ
- บริษัทฯ เคารพสิทธิส่วนบุคคลในการมีชีวิตที่ปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี รวมทั้งสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น (Freedom of Speech) และความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต (Security) ของพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ผู้รับเหมาช่วง ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ครอบคลุมถึงเด็ก เยาวชน กลุ่มเปราะบาง กลุ่มชนเผ่า กลุ่มชาติพันธุ์ และชนพื้นเมืองที่อยู่ในพื้นที่ที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ
- บริษัทฯ เคารพสิทธิของผู้บริโภคและลูกค้าในการได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อให้สามารถตัดสินใจเลือกได้อย่างอิสระบนพื้นฐานของความโปร่งใส และได้รับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐาน รวมถึงการปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรม ไม่ละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว และให้การคุ้มครองสิทธิเมื่อเกิดความเสียหายหรือข้อพิพาท
- บริษัทฯ เคารพสิทธิของคู่ค้าและผู้รับเหมาช่วงทุกรายอย่างเป็นธรรม บนพื้นฐานของความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดหาและการให้บริการ ส่งเสริมการแข่งขันที่เท่าเทียม และสร้างความเชื่อมั่นผ่านระบบที่ตรวจสอบได้ บริษัทฯ คาดหวังให้คู่ค้า ผู้รับเหมาช่วงดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับจรรยาบรรณคู่ค้า โดยยึดมั่นในหลักการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน การปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในที่ทำงาน ตลอดจนความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคมรอบข้าง นอกจากนี้ บริษัทฯ กำหนดให้คู่ค้าและผู้รับเหมาช่วงต้องไม่ละเมิดต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลและแรงงาน ครอบคลุมถึงการเคารพสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการห้ามใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ การไม่เลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบ การคุ้มครองสิทธิในการสมาคมและการเจรจาต่อรอง การควบคุมชั่วโมงการทำงานให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด การสนับสนุนการจ้างงานผู้ด้อยโอกาส การจ่ายค่าจ้างไม่น้อยกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ ตลอดจนการจัดการกับการกลั่นแกล้งหรือการคุกคามทุกรูปแบบอย่างเหมาะสมและจริงจัง
- บริษัทฯ ดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติตามแรงงานอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ผู้รับเหมาช่วง ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยบูรณาการการจัดการสิทธิมนุษยชนเข้าสู่กิจกรรมและกระบวนการดำเนินงานของบริษัทฯ ทุกส่วน พร้อมกำหนดแนวทางหรือมาตรการที่เหมาะสมในการบริหารจัดการความเสี่ยงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- บริษัทฯ จัดให้มีระบบรับข้อร้องเรียนที่โปร่งใสและเข้าถึงได้ง่ายสำหรับพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสอบและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยข้อร้องเรียนจะได้รับการตรวจสอบอย่างเป็นธรรม ดำเนินการแก้ไขอย่างเหมาะสม และมีการสื่อสารผลการดำเนินงานให้ผู้ร้องเรียนทราบโดยไม่กระทบสิทธิหรือก่อให้เกิดการกลั่นแกล้งทุกรูปแบบ
- บริษัทฯ เคารพสิทธิและเสรีภาพในการใช้ทรัพยากรตลอดห่วงโซ่คุณค่า ภายใต้กฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยยึดหลักการไม่ก่อให้เกิดผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชนรอบข้าง พร้อมสนับสนุนการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการดำเนินธุรกิจกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
- บริษัทฯ ส่งเสริมให้พนักงาน ผู้รับเหมาช่วง และคู่ค้าที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัดตามกฎหมาย ห้ามใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ หรือแรงงานทาสทุกรูปแบบ รวมถึงห้ามการเลือกปฏิบัติหรือการคุกคามทางเพศ อันเนื่องมาจากความแตกต่างด้านเชื้อชาติ ศาสนา อายุ เพศ สถานะทางสังคม ความเชื่อทางการเมือง หรือความคิดเห็นอื่น ๆ โดยมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความปลอดภัย ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานและผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนสนับสนุนให้พนักงานทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ และเข้าถึงสิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเป็นธรรม
- บริษัทฯ ส่งเสริมให้ลูกค้า คู่ค้า ผู้รับเหมาช่วง และพันธมิตรทางธุรกิจ มีความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในทุกระดับ ผ่านการสื่อสาร การอบรม และการร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความโปร่งใส และความรับผิดชอบร่วมกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า
- บริษัทฯ ส่งเสริมให้บุคลากรทุกคนปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพและให้เกียรติศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ยอมรับในความแตกต่าง ความหลากหลาย และอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของความเท่าเทียม พร้อมปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมตามบทบาทหน้าที่ โดยยึดมั่นในระเบียบข้อบังคับและวัฒนธรรมองค์กรที่ดีงาม ทั้งนี้ เพื่อรักษาไว้ซึ่งภาพลักษณ์และชื่อเสียงอันดีของบริษัทฯ
- บริษัทฯ มุ่งส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการและผู้นำสตรี ให้ได้รับโอกาสและประโยชน์ในการเข้าถึงทรัพยากร ความรู้ และโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม พร้อมปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐาน การพัฒนาศักยภาพ และการคุ้มครองสิทธิทางสังคมของสตรี ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมและการพัฒนาที่ครอบคลุมและยั่งยืน
การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม
บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของแรงงานซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจ จึงให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติต่อแรงงานทุกคนด้วยความเท่าเทียม เป็นธรรม และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงานทุกกลุ่ม พร้อมส่งเสริมการทำงานร่วมกันและเปิดโอกาสให้บุคลากรได้พัฒนาตนเองอย่างเท่าเทียม ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจจะได้รับการปกป้องจากการละเมิดสิทธิแรงงานและการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ บริษัทฯ จึงได้พัฒนาแนวทางการดำเนินงานด้านแรงงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและกฎหมายแรงงานของแต่ละประเทศที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกำหนดให้มีการประเมินความเสี่ยง ตรวจสอบ และรายงานผลการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ดังนี้
-
- บริษัทฯ ไม่ยอมรับการใช้แรงงานเด็กที่มีอายุต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดในแต่ละประเทศ โดยกำหนดให้แรงงานต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี และเพื่อเป็นการป้องกันเชิงรุก บริษัทฯ ได้จัดทำระบบการตรวจสอบอายุของพนักงานทั้งในองค์กรและตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจก่อนการจ้างงาน สำหรับกรณีการจ้างแรงงานเยาวชน (ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี) ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย บริษัทฯ จะจัดให้มีกระบวนการจ้างงานที่เหมาะสม กำหนดสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และไม่กระทบต่อโอกาสทางการศึกษา โดยคำนึงถึงการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กอย่างครบถ้วน ทั้งสิทธิที่จะมีชีวิตรอด (Right of Survival) สิทธิที่จะได้รับการพัฒนา (Right of Development) สิทธิที่จะมีส่วนร่วม(Right of Participation) และสิทธิที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครอง (Right of Protection)
- บริษัทฯ ไม่สนับสนุนและไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้แรงงานบังคับในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแรงงานทาสสมัยใหม่(Modern slavery) แรงงานขัดหนี้ (Bonded labor) การค้ามนุษย์ (Human trafficking) หรือแรงงานผูกมัดรูปแบบอื่นใด โดยห้ามการกักขัง บังคับข่มขู่ ใช้ความรุนแรง จำกัดเสรีภาพในการเดินทาง ยึดเอกสารประจำตัว รวมถึงการบังคับให้ทำงานโดยไม่ได้รับความยินยอม หรือจ่ายค่าตอบแทนที่ไม่เป็นธรรม หลักการปฏิบัตินี้ครอบคลุมการดำเนินงานทั้งหมดของบริษัทฯ และถือเป็นแนวปฏิบัติที่คาดหวังจากคู่ค้าตลอดห่วงโซ่คุณค่าเช่นเดียวกัน โดยคู่ค้าทั้งหมดต้องปฏิบัติตามมาตรฐานแรงงานสากล และดำเนินการตรวจสอบความเสี่ยงเป็นระยะเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน
- บริษัทฯ กำกับดูแลให้บุคลากรภายในองค์กร ตลอดจนคู่ค้าและผู้รับเหมาช่วงทุกระดับ โดยเฉพาะคู่ค้าในกลุ่มสำคัญ (Critical Suppliers) ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงานอย่างเคร่งครัด ห้ามใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ แรงงานทาส และการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ นอกจากนี้ ยังครอบคลุมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอย่างเข้มงวด ทั้งในด้านชั่วโมงการทำงานที่ไม่เกินกว่าที่กำหนด และการจ่ายค่าจ้างในอัตราที่ไม่ต่ำกว่ากฎหมายหรืออัตราขั้นต่ำที่ระบุไว้ ซึ่งต้องเป็นจำนวนที่เพียงพอต่อการดำรงชีพขั้นพื้นฐานของพนักงาน หากพบการละเมิด บริษัทฯ จะดำเนินการตรวจสอบ แก้ไข และหากจำเป็น จะยกเลิกความร่วมมือ เพื่อให้มั่นใจว่าห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมดเป็นไปตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล
- บริษัทฯ มุ่งมั่นในการสนับสนุนสภาพแวดล้อมการทำงานที่เคารพในความหลากหลาย และส่งเสริมความเท่าเทียมโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติหรือการล่วงละเมิดทุกรูปแบบ หลักการนี้ครอบคลุมพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติ เพศ อายุ สีผิว ศาสนา วัฒนธรรม สถานะทางสังคม ความทุพพลภาพ รสนิยมทางเพศ หรือความเชื่อส่วนบุคคลอื่นใดที่กฎหมายให้ความคุ้มครอง ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้นำหลักการแห่งความเท่าเทียมและความเป็นธรรมนี้มาปรับใช้ในทุกกระบวนการดำเนินงานขององค์กร
- บริษัทฯ ยึดมั่นในหลักการความเท่าเทียมและไม่เลือกปฏิบัติในทุกขั้นตอนของการจ้างงาน ตั้งแต่กระบวนการสรรหา การพัฒนาบุคลากร ไปจนถึงการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทฯ รับรองถึงการให้ค่าตอบแทนที่เท่าเทียมกันระหว่างพนักงานชายและหญิงสำหรับงานที่มีคุณค่าทัดเทียมกัน รวมถึงการให้โอกาสนักศึกษาจบใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์เข้ามาทำงาน ทั้งนี้ การตัดสินใจในเรื่องดังกล่าวจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรู้ ความสามารถ ความเหมาะสมกับตำแหน่ง และศักยภาพในการเติบโตในสายอาชีพเป็นสำคัญ
- การให้ออกจากงานของบริษัทฯ จะต้องไม่อิงเหตุผลจากการเลือกปฏิบัติ แต่ต้องเป็นผลมาจากการปฏิบัติงานที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน คุณภาพการทำงานที่ไม่ตรงตามข้อตกลง หรือการกระทำที่ผิดวินัยการทำงานที่ร้ายแรง รวมถึงกรณีการละเมิดกฎหมายแรงงานหรือจรรยาบรรณธุรกิจ ทั้งนี้ บริษัทฯ กำหนดให้การให้ออกจากงานต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่ชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยจัดให้มีการอุทธรณ์ที่เป็นไปตามกฎหมายและมอบค่าชดเชยที่เหมาะสมตามกฎหมายและสภาวะตลาดแรงงานในท้องถิ่น
- บริษัทฯ เคารพสิทธิและเสรีภาพในการสมาคม และการเข้าร่วมกลุ่มเพื่อเจรจาต่อรอง (Freedom of Association and the Right to Collective Bargaining) หรือการรวมกลุ่มในรูปแบบอื่นใดที่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ การใช้สิทธิดังกล่าวจะต้องดำเนินไปบนพื้นฐานของการรักษาระเบียบวินัย โดยไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานและความต่อเนื่องในการให้บริการแก่ลูกค้า
- บริษัทฯ ส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพในการสมาคม ควบคู่ไปกับการเคารพสิทธิของพนักงานในการเลือกผู้แทนเพื่อเจรจาต่อรองในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสภาพการจ้างงานและสิทธิตามกฎหมายของลูกจ้าง เพื่อสนับสนุนกระบวนการดังกล่าว บริษัทฯ ได้จัดให้มีระบบการร้องทุกข์ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นช่องทางในการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์และเป็นกลาง โดยรับรองว่าพนักงานที่ใช้สิทธิดังกล่าวจะได้รับการคุ้มครองจากการแทรกแซง การเลือกปฏิบัติ หรือการตอบโต้ใด ๆ จากนายจ้าง ทั้งนี้ บริษัทฯ จะไม่ยกเลิกการจ้างงาน โอนย้าย หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการละเมิดสิทธิในการสมาคม โดยมีนโยบายที่ชัดเจนในการสนับสนุนสิทธิแรงงานด้านการเจรจาต่อรอง
- บริษัทฯ มุ่งมั่นในการปกป้องพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มจากการเลือกปฏิบัติ การกลั่นแกล้ง และการคุกคามทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับความพิการ อายุ ความหลากหลายทางเพศ ศาสนา เชื้อชาติ สีผิว หรือสถานภาพทางสังคม บริษัทฯ จะไม่ยอมรับการเลือกปฏิบัติหรือการกระทำที่เป็นการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยยึดมั่นในการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและแนวทางปฏิบัติสากล เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เป็นธรรม และเอื้อต่อการส่งเสริมศักยภาพของพนักงานทุกคน พร้อมสร้างหลักประกันว่าองค์กรจะปราศจากอคติ การเลือกปฏิบัติ หรือการคุกคาม
- บริษัทฯ กำหนดแนวทางการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรโดยยึดมั่นในหลักการความเท่าเทียมและความหลากหลาย เปิดโอกาสให้แก่ผู้สมัครทุกคนอย่างทัดเทียม และพิจารณาคัดเลือกบุคลากรตามคุณสมบัติ ความรู้ และความสามารถที่สอดคล้องกับความต้องการของตำแหน่งงานเป็นสำคัญ โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังรับรองถึงการจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรม โดยเฉพาะการกำหนดอัตราค่าจ้างในระดับที่ไม่ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดและเป็นจำนวนที่พอเพียงสำหรับความต้องการพื้นฐานของพนักงาน
- บริษัทฯ จัดให้มีการฝึกอบรม สื่อสาร และเผยแพร่นโยบายการเคารพต่อสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรมแก่พนักงานทุกระดับ ทั้งพนักงานใหม่และพนักงานปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการ การประชุม กิจกรรมรณรงค์ หรือช่องทางการสื่อสารภายในองค์กร เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจในหลักการด้านสิทธิมนุษยชนและแนวปฏิบัติด้านแรงงานตามที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ โดยมุ่งเน้นให้พนักงานทุกระดับปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรฐานอุตสาหกรรม และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้สื่อสารและถ่ายทอดนโยบายเหล่านี้ไปยังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มตลอดห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงกำหนดให้มีการประเมินประสิทธิผลของการฝึกอบรมทุกครั้งเพื่อนำผลลัพธ์มาพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
- บริษัทฯ ไม่สนับสนุนการเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นด้านการจ้างงาน การฝึกอบรม การเลื่อนตำแหน่ง หรือการให้สวัสดิการ พนักงานทุกคนจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมโดยไม่แบ่งแยกหรือกีดกันด้วยเหตุผลที่ไม่เป็นธรรม เช่น เชื้อชาติ สีผิว ศาสนา เพศ ความพิการ อายุ ความเชื่อทางการเมือง หรือสถานะทางสังคมอื่น ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดกว้าง ส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรอย่างเต็มที่ และปฏิบัติตามมาตรฐานสากลและกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด
- บริษัทฯ มุ่งมั่นในการปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนด้วยความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่สนับสนุนหรือยอมรับการใช้ความรุนแรง การคุกคามทางร่างกายหรือวาจา และการปฏิบัติใด ๆ ที่ไม่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและจริยธรรมในสถานที่ทำงาน บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการปกป้องและดูแลพนักงานจากการถูกคุกคามทั้งทางกายและจิตใจ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกองค์กร รวมถึงให้ความปลอดภัยในการเดินทางไปและกลับจากสถานที่ทำงานและจากหน่วยธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ
- บริษัทฯ กำหนดชั่วโมงการทำงาน วันหยุด และสภาพการจ้างงานต่าง ๆ ตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งรักษาสภาพการจ้างงานให้เทียบเคียงหรืออยู่ในระดับที่ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานทั่วไปของกลุ่มธุรกิจหรืออุตสาหกรรมในพื้นที่ เดียวกัน นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดให้มีระบบการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพทั้งภายในองค์กรและตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ เพื่อป้องกันไม่ให้การดำเนินธุรกิจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของพนักงาน
- บริษัทฯ มุ่งมั่นในการจัดให้มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้แก่พนักงานทุกคน โดยดำเนินงานให้สอดคล้องตามกฎหมายและข้อบังคับด้านชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด รวมถึงจัดให้มีระบบป้องกันอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยที่เกิดจากการทำงาน เพื่อคุ้มครองและลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินการเฝ้าระวังและควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น สภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นอันตราย อุบัติเหตุจากการปฏิบัติงาน และเหตุฉุกเฉิน ต่าง ๆ เพื่อรักษาสภาพการทำงานที่ดีและลดโอกาสในการเกิดอุบัติการณ์ที่อาจนำไปสู่การบาดเจ็บของพนักงาน
- บริษัทฯ ส่งเสริมและเปิดโอกาสการจ้างงานแก่กลุ่มแรงงานเปราะบางอย่างเท่าเทียม เช่น ผู้สูงอายุที่มีสุขภาพแข็งแรง ผู้พิการ และสตรีมีครรภ์ โดยจัดสรรลักษณะงาน พื้นที่ และกิจกรรมที่เหมาะสมและปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานกลุ่มดังกล่าวจะได้รับความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนดอย่างครบถ้วน ซึ่งรวมถึงการได้รับโอกาสในการฝึกอบรมและการเข้าร่วมระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานที่เป็นธรรม
- บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสิทธิในการมีสุขภาพและอาชีวอนามัยที่ดีของพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน โดยยึดหลักสุขศาสตร์อุตสาหกรรม การยศาสตร์ (Ergonomics) และมาตรฐานสากลในการควบคุมปัจจัยสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างเคร่งครัด ทั้งคุณภาพอากาศ สารเคมี แสงสว่าง ระดับเสียงที่ปลอดภัย การเข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาด และการทำงานในพื้นที่ปิด ตลอดจนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดจากโรคระบาดและการทำงาน ทั้งนี้ บริษัทฯ จัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่เหมาะสม การตรวจสุขภาพตามระยะเวลา การให้คำปรึกษาและการให้ความรู้ด้านสุขภาพ รวมถึงการเตรียมความพร้อมรับมือและปรับตัวตามแนวทางการจัดการปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องโรคระบาดสำคัญในระดับสากลและระดับประเทศ โดยบริษัทฯ มุ่งยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานสากล พร้อมทั้งสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญต่อสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
- บริษัทฯ ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจและการผลิตสินค้าโดยปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศที่เข้าไปดำเนินงานอย่างเคร่งครัด และทุกกระบวนการผลิตจะต้องสอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานและมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทุกชนิดของบริษัทฯ ถูกผลิตขึ้นภายใต้สภาพการจ้างงานที่เป็นธรรม และพนักงานทุกคนได้รับสิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด โดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้บริโภค ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานการผลิตของอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน
การล่วงละเมิดหรือการคุกคามทางเพศ
บริษัทฯ มุ่งมั่นในการป้องกันการล่วงละเมิดและการคุกคามทางเพศทุกรูปแบบ ครอบคลุมทั้งเพศหญิง เพศชาย และเพศสภาพอื่น ๆ โดยตระหนักว่าพนักงานทุกคนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ ควรได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ บริษัทฯ จึงมุ่งส่งเสริมความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในสถานที่ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันและการจัดการที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงพัฒนาแนวปฏิบัติในการจัดการกับการคุกคามทางเพศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและกฎหมายของแต่ละประเทศที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ แนวปฏิบัตินี้ถือเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการทางธุรกิจและจรรยาบรรณขององค์กร เพื่อให้มั่นใจว่าสถานที่ปฏิบัติงานจะปราศจากการล่วงละเมิดและการคุกคามทางเพศอย่างยั่งยืน ดังนี้
- พนักงานต้องไม่กระทำการใด ๆ ที่เป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศต่อบุคคลอื่น รวมถึงการกระทำการที่ขัดต่อศีลธรรมและจริยธรรมอันดีงามทั้งในระดับองค์กรและส่วนบุคคล การกระทำดังกล่าวครอบคลุมถึงการข่มเหง คุกคาม ลวนลาม การล่วงเกินด้วยวาจา หรือการกระทำในลักษณะที่ส่อไปในทางเพศ ซึ่งอาจสร้างความอับอาย ความเดือดร้อนรำคาญ หรือบั่นทอนกำลังใจของผู้ถูกกระทำ ทั้งนี้ บริษัทฯ ยึดมั่นในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยความเท่าเทียมระหว่างเพศและหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อเป็นรากฐานในการป้องกันและขจัดการล่วงละเมิดทางเพศทั้งภายในและภายนอกองค์กร
- พนักงานทุกระดับต้องตระหนักและงดเว้นจากพฤติกรรมใด ๆ ที่อาจเข้าข่ายการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศต่อเพื่อนร่วมงานหรือบุคคลอื่น ไม่ว่าจะด้วยการกระทำ คำพูด หรือกิริยาท่าทาง และไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีเพศสภาพใดก็ตาม ครอบคลุมถึงการกระทำบางอย่างอาจถูกตีความเป็นการคุกคามได้ แม้อีกฝ่ายอาจดูเหมือนยินยอม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่มีความสัมพันธ์เชิงอำนาจไม่เท่าเทียมกัน ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันการใช้อำนาจในทางที่ผิด บริษัทฯ ถือว่าการกระทำในลักษณะดังกล่าวเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
- พนักงานทุกคนพึงปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกันในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ทั้งนี้ ต้องหลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำ การแสดงออก หรือการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความไม่สบายใจหรือถูกมองว่าเป็นการคุกคามทางเพศได้ บริษัทฯ มุ่งมั่นในการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ปลอดภัย มีความเป็นธรรม และลดความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดหรือการล่วงละเมิดทางเพศ พนักงานควรยึดมั่นในการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับในการทำงานของบริษัทฯ เช่น การแต่งกายให้เหมาะสมกับกาลเทศะ หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ลับตาหรือทำงานสองต่อสองกับเพศตรงข้ามโดยไม่จำเป็น และประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีในการป้องกันปัญหาการล่วงละเมิดหรือคุกคามเพศ เป็นต้น
- พนักงานทุกระดับมีหน้าที่ร่วมกันในการแสดงออกและแจ้งเหตุเมื่อพบพฤติกรรมที่เข้าข่ายการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาดังกล่าวลุกลามและส่งผลกระทบต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบรรยากาศการทำงานภายในองค์กร การมีส่วนร่วมเชิงรุกของพนักงานทุกคนถือเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นธรรม
- บริษัทฯ จัดให้มีช่องทางการร้องเรียนที่เป็นทางการและปลอดภัยสำหรับพนักงานที่ประสบเหตุหรือตกเป็นผู้เสียหายจากการถูกล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ พร้อมทั้งกำหนดกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริง การแก้ไขปัญหา และการป้องกันการเกิดซ้ำ โดยกระบวนการทั้งหมดจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับอย่างสูงสุด ในกรณีที่มีการร้องเรียน บริษัทฯ แต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจซึ่งประกอบด้วยประธานคณะทำงาน บุคลากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนพนักงานสอบสวนข้อเท็จจริง ผลการสอบสวนจะถูกนำเสนอต่อผู้บริหารระดับสูงเพื่อพิจารณาดำเนินการทางวินัยต่อไป ทั้งนี้ ผู้เสียหายจะได้รับการดูแล การคุ้มครองสิทธิ และสามารถเข้าถึงกระบวนการเยียวยาอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม
- บริษัทฯ ให้ความสำคัญสูงสุดต่อการคุ้มครองผู้ร้องเรียน ผู้เสียหาย และพยานในกระบวนการสอบสวน โดยมีมาตรการป้องกันการกลั่นแกล้ง การแก้แค้น หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความอับอาย ทั้งนี้ บริษัทฯ อาจพิจารณาแยกหรือย้ายสถานที่ปฏิบัติงานชั่วคราวตามความเหมาะสม เพื่อความปลอดภัยและความสบายใจของผู้เกี่ยวข้อง บริษัทฯ ขอรับรองว่าผู้ให้ข้อมูลโดยสุจริตจะไม่ได้รับผลกระทบทางลบต่อหน้าที่การงาน ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ จะปฏิบัติต่อผู้ถูกกล่าวหาด้วยความเป็นธรรมตลอดกระบวนการ โดยผู้ถูกกล่าวหาจะได้รับทราบข้อกล่าวหา และมีสิทธิในการชี้แจงข้อเท็จจริง รวมทั้งแสดงพยานหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาอย่างเหมาะสม
- บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการติดตามผลการแก้ไขปัญหาอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งเน้นการเยียวยาและดูแลสภาพจิตใจของผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้สามารถกลับมาทำงานและดำเนินชีวิตได้ตามปกติสุข สำหรับผู้ที่กระทำการฝ่าฝืนนโยบาย บริษัทฯ จะกำหนดบทลงโทษตามระดับความร้ายแรงของพฤติกรรม ซึ่งอาจรวมถึงบทลงโทษสูงสุดตามระเบียบข้อบังคับของบริษัทฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- บริษัทฯ มุ่งมั่นในการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่พนักงานในทุกระดับ เกี่ยวกับพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ รวมถึงแนวปฏิบัติในการป้องกันและรับมืออย่างเหมาะสม โดยจะดำเนินการสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอและทั่วถึง ผ่านช่องทางการสื่อสารภายในองค์กรที่หลากหลาย เพื่อปลูกฝังความตระหนักรู้และส่งเสริมให้พนักงานทุกคนยึดถือและปฏิบัติตามนโยบายนี้อย่างเคร่งครัดในทุกโอกาส
กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence)
บริษัทฯ ดำเนินการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อใช้เป็นกลไกหลักในการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงการปฏิบัติด้านแรงงานที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่า กระบวนการดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัทและคณะทำงานเฉพาะด้าน ซึ่งมีการจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็นและรายงานผลการดำเนินงานต่อผู้บริหารอย่างสม่ำเสมอ กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านของบริษัทฯ ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนสำคัญ ดังนี้
- การกำหนดและประกาศนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน (Policy Commitment) บริษัทฯ ประกาศเจตนารมณ์และบูรณาการหลักการสิทธิมนุษยชนให้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายและวัฒนธรรมองค์กร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบและความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ
- การประเมินผลกระทบ (Impact Assessment) บริษัทฯ ประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นแล้วหรืออาจเกิดขึ้น โดยดำเนินการระบุประเด็นสิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญ (Salient Human Rights Issues) จัดลำดับประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน และนำมาจัดทำเมทริกซ์ประเด็นสิทธิมนุษยชน (Salient Human Rights Matrix) ตามกรอบ UNGPs โดยพิจารณาทั้งในมิติของความรุนแรง (Severity) และโอกาสที่จะเกิดผลกระทบ (Likelihood) ซึ่งจะมีการทบทวนอย่างน้อยปีละครั้ง ทั้งนี้ กระบวนการประเมินจะอาศัยการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder Engagement) โดยรับฟังความคิดเห็นจากพนักงาน คู่ค้า ลูกค้า และชุมชน ผ่านช่องทางที่เป็นระบบ ได้แก่ การรับฟังความคิดเห็นผ่านตัวแทนของผู้มีส่วนได้เสีย การสำรวจ หรือการจัดประชุมหารือในการนำข้อมูลและข้อเสนอแนะมาประกอบการประเมินอย่างรอบด้าน
- การบูรณาการและกำหนดมาตรการป้องกัน (Integration and Mitigation) บริษัทฯ นำผลการประเมินมาใช้ในการกำหนดมาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบ โดยบูรณาการข้อกำหนดด้านสิทธิมนุษยชนเข้ากับการดำเนินงานจริง (Embedding Policy into Practice) เช่น การระบุไว้ในจรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) สัญญาทางธุรกิจ และกระบวนการบริหารความเสี่ยงภายใน พร้อมทั้งจัดให้มีการฝึกอบรมแก่พนักงานและคู่ค้าอย่างสม่ำเสมอ
- การติดตามและทบทวนประสิทธิผล (Tracking and Monitoring) บริษัทฯ ติดตามและตรวจสอบประสิทธิภาพของมาตรการที่ได้ดำเนินการไป เพื่อนำมาปรับปรุงกระบวนการอย่างต่อเนื่อง และ
- การรับข้อร้องเรียนและการเยียวยา (Remediation and Grievance Mechanisms) บริษัทฯ จัดให้มีกลไกการร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้ พร้อมให้การเยียวยาที่เหมาะสมเมื่อเกิดผลกระทบเชิงลบขึ้น โดยจะมีการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องเพื่อให้รับทราบอย่างโปร่งใส
การรายงานการละเมิดและสื่อสารนโยบาย
บริษัทฯ สนับสนุนให้พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียภายนอก สามารถรายงานการกระทำที่อาจเป็นการละเมิดนโยบายฉบับนี้ ผ่านช่องทางที่บริษัทฯ จัดให้มีขึ้นอย่างปลอดภัยและเป็นความลับ เช่น ช่องทางการแจ้งเบาะแส (Whistleblowing Channel) ทั้งนี้ บริษัทฯ จะดำเนินการสื่อสาร รณรงค์ ส่งเสริม และสร้างจิตสำนึกให้แก่พนักงานทุกคนและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง มีความรับผิดชอบร่วมกันต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิทธิมนุษยชน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน การจ้างแรงงานที่ผิดกฎหมาย การทุจริตคอร์รัปชัน การดำเนินงานที่อาจส่งผลกระทบต่อเด็ก ชุมชน และสังคมรอบข้าง รวมถึงการกระทำใด ๆ อันเป็นการละเมิดต่อการดำเนินชีวิตตามปกติสุขของผู้มีส่วนได้เสีย โดยนโยบายฉบับนี้จะมีการสื่อสารอย่างสม่ำเสมอและทบทวนนโยบายอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายยังคงทันสมัยและสอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กร รวมทั้งความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย
การบริหารนโยบายและการกำกับดูแล
คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการกำกับดูแลและขับเคลื่อนนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้มั่นใจว่ามีการนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการกำหนดกลยุทธ์และเป้าหมายด้านสิทธิมนุษยชนให้สอดคล้องกับทิศทางของบริษัทฯ จัดสรรทรัพยากรที่จำเป็นและเพียงพอต่อการดำเนินงานตามนโยบาย ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงรายงานความคืบหน้า ปัญหา อุปสรรค และผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์จากการลงทุนเพื่อชุมชน โดยมุ่งเน้นการสร้างผลกระทบเชิงบวกที่เป็นรูปธรรม ทั้งต่อคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบและการพัฒนาสังคมโดยรวม รวมถึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานผ่านกิจกรรมเพื่อสังคม การพัฒนาทักษะ และการมีส่วนร่วมในโครงการอาสาสมัคร เพื่อเสริมสร้างความผูกพันและวัฒนธรรมองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม
การแจ้งเบาะแส
พนักงานหรือผู้มีส่วนได้เสียสามารถร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสเมื่อพบเห็นการกระทำที่เชื่อได้ว่าเป็นการละเมิดนโยบายและแนวปฏิบัตินี้ โดยขั้นตอนให้เป็นไปตามนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการแจ้งเบาะแส ทั้งนี้ ผู้ร้องเรียนหรือผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับความคุ้มครองและข้อมูลจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเคร่งครัด โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสถานะหรือหน้าที่การงาน ทั้งในระหว่างดำเนินการสอบสวนและหลังเสร็จสิ้นกระบวนการ
การขอคำแนะนำ
กรณีที่มีข้อสงสัยว่าการกระทำใดอาจฝ่าฝืนกฎหมาย ระเบียบ นโยบายและแนวปฏิบัตินี้ พนักงานสามารถขอคำแนะนาจากผู้บังคับบัญชา ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ หรือฝ่ายพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน ก่อนตัดสินใจหรือดำเนินการใด ๆ
บทลงโทษ
บุคคลใดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดนโยบายฉบับนี้ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการใช้แรงงานเด็กอย่างผิดกฎหมาย แรงงานทาส การเลือกปฏิบัติ การกลั่นแกล้ง และการคุกคาม จะต้องระวางโทษตามกฎหมายและกฎระเบียบในท้องถิ่น โดยบริษัทฯ จะดำเนินการแก้ไขเยียวยาต่อบุคคลดังกล่าวตามความเหมาะสมและตามที่กฎหมายอนุญาต โดยบทลงโทษอาจรวมไปถึงการเลิกจ้าง หรือการยุติความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
การบังคับใช้
ในกรณีที่ข้อกำหนดใดของนโยบายฉบับนี้ขัดแย้งกับกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับของหน่วยงานกำกับดูแลท้องถิ่น ซึ่งเป็นผลให้ข้อกำหนดดังกล่าวตกเป็นโมฆะหรือไม่สามารถบังคับใช้ได้ ให้พิจารณาและยึดตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับของหน่วยงานกำกับดูแลในท้องถิ่นนั้นเป็นหลัก ทั้งนี้ หากหน่วยงานธุรกิจหรือสถานที่ใดมีแนวปฏิบัติที่เข้มงวดยิ่งกว่านโยบายฉบับนี้ หรือมีธรรมเนียมปฏิบัติที่ยึดถือกันอยู่ ให้พิจารณาและยึดถือแนวปฏิบัติที่มีความเข้มงวดมากกว่านั้นเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยึดมั่นในการปฏิบัติตามหลักการด้านสิทธิมนุษยชนที่เป็นสากล หากพบว่านโยบายหรือแนวปฏิบัติที่ใช้อยู่ยังมีข้อบกพร่องหรือไม่สอดคล้อง บริษัทฯ จะดำเนินการแก้ไขและปรับปรุงเพื่อให้การดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติด้านแรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และต่อเนื่อง
ประกาศ ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2568
(นางสาวกชรัตน์ ธนาดำรงศักดิ์)
กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์
