FPI กับความยั่งยืน

กลยุทธ์สู่ความยั่งยืน

ความท้าทายของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกในอนาคตเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ตามแนวคิด CASE (Connected, Autonomous, Shared, Electric)  และเทคโนโลยียานยนต์ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) โดยมีเป้าหมายการลด CO2 จากยานยนต์ทั่วโลกให้ได้ 50% ในปีพ.ศ.2568 โดยใช้ปีพ.ศ.2548 เป็นเกณฑ์ ในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เป็นหลักจึงได้ลงทุนเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีใหม่ในการลดต้นทุนและการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ในการตอบสนองต่อความต้องการลูกค้าได้หลากหลายเพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนภายใต้ 3 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย “พัฒนาทุนมนุษย์  ข้อมูลสารสนเทศ และวัฒนธรรมความยั่งยืน ” บนพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการที่ดีในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันเป็นต้นทุนของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมทั้งในปัจจุบันและอนาคตให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

FPI SUSTAINABILITY STRATEGY : HIC

การพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital Development) พัฒนาทุนมนุษย์ในองค์กรให้พร้อมต่อการเป็นทุนที่สำคัญในตัวเองนำมาสร้างคุณค่าให้กับองค์กรโดยคัดสรรทรัพยากรมนุษย์ที่มีผลการปฏิบัติงานดี มีศักยภาพสูง และมีความรู้สึกเป็นหุ้นส่วนให้ได้รับการพัฒนาความรู้ ทักษะและสร้างศักยภาพให้แก่ตนเองในการสร้างคุณค่าเพิ่มให้ทุนมนุษย์เกิดความสามารถ ความชำนาญและประสบการณ์ที่แต่ละคนได้สั่งสมตามมิติด้านคุณภาพ (Quality) ด้านการเพิ่มผลผลิต (Productivity) และด้านการสร้างนวัตกรรม (Innovation) ซึ่งเป็นปัจจัยส่งเสริมให้องค์กรบรรลุเป้าหมายตามกลยุทธ์ที่วางไว้และเป็นปัจจัยในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน รวมทั้งเป็นปัจจัยต่อการพัฒนาองค์กรในอนาคต

การพัฒนาข้อมูลสารสนเทศเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Information for Corporate Sustainability) เปลี่ยนแปลงบริบทองค์กรไปสู่ระบบเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล โดยเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีด้านการการผลิต การให้บริการและกระบวนการทางสังคมอื่นๆ ครอบคลุมถึงนวัตกรรม ระบบอัตโนมัติ เครื่องจักรสมัยใหม่ ระบบควบคุม รวมถึงโซลูชั่นต่างๆที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับระบบการผลิตสมัยใหม่ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพิ่มผลผลิต การสื่อสาร และสร้างผูกพันต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

การสร้างวัฒนธรรมด้านความยั่งยืน (Sustainability Culture)

สร้างวัฒนธรรมด้านความยั่งยืนในการสร้างความสมดุลให้ธุรกิจสามารถปรับตัวได้ต่อบริบทที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากการสร้างโอกาสให้ธุรกิจเติบโตและบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจในอนาคตอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมก่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างคุ้มค่านำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ในองค์กร (Knowledge Management) เกิดการแลกเปลี่ยนถ่ายโอนความรู้ตลอดห่วงโซ่คุณค่านำไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization: LO) สร้างบุคลากรให้เป็นคนเก่งและเป็นคนดี รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมขององค์กรให้ตระหนักถึงโอกาสและความเสี่ยงที่จะส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจให้เกิดความยั่งยืนในอนาคต