การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัทฯดำเนินการบริหารจัดการทรัพยากรโดยได้กำหนดนโยบายการพัฒนาความยั่งยืน นโยบายการจัดการพลังงานที่ยั่งยืน และนโยบายการจัดการสิ่งแวดล้อม และกำหนดเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน เป็นแนวทางการปฏิบัติทั่วทั้งองค์กร   ครอบคลุมถึงส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพสูงสุดผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร รวมถึงกิจกรรมรณรงค์ต่างๆ ทั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้ทรัพยากรน้ำ การใช้พลังงาน การลดปริมาณน้ำทิ้ง ขยะ มลพิษและของเสียจากกห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงานให้แก่พนักงาน ได้ปฏิบัติสอดคล้องกับกฎหมาย กฎระเบียบข้อบังคับ มาตรฐานภายในประเทศและมาตรฐานสากล จึงได้ดำเนินการเพื่อให้ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน ประกอบด้วย  ISO14001:2015 และISO 50001:2011 ตามลำดับ นอกจากนี้ยังได้รับการรับรองการประเมินการใช้น้ำตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Water Footprint) คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) ฉลากลดคาร์บอน (CFR) และฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) นโยบายและมาตรฐานการรับรองเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนของบริษัท ในการบริหารจัดการและป้องกันผลกระทบเชิงลบที่อาจจะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมถึงการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภายในและภายนอก อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า โดยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรอย่าคุ้มค่าและพัฒนากลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้สอดคล้องกับมาตรฐานและกรอบการทำงานระดับสากลที่ได้รับการยอมรับ

นอกจากนี้บริษัทฯ สนับสนุนและให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งเเวดล้อม ที่เกิดจากการนำความรู้ ทักษะ การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ก่อให้เกิดความสมดุลทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดวัตถุประสงค์ของบริษัท ที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศเชิงนิเวศเศรษฐกิจหรือ Eco – Operational Excellent ในการยกระดับสู่การเป็นผู้นำด้านการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และเป็นศูนย์รวมในการจัดจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยการนำกลับมาใช้ใหม่ แทนการใช้ครั้งเดียว การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน และใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์

 บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากร จึงได้กำหนดนโยบายในการลดการใช้ทรัพยากรหลักของบริษัทฯ เป้าหมายเพื่อการผลิตที่ใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และลดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเนื่องด้วยบริษัทฯผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จากพลาสติกจึงมีการใช้เม็ดพลาสติกในปริมาณมาก เม็ดพลาสติกถือเป็นทรัพยากรหลักที่สำคัญของบริษัทฯ จึงได้มีการนำเอาหลัก Eco Efficiency มาใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรของบริษัทฯ โดยในช่วงแรกบริษัทฯจะมุ่งเน้นในการลด (Reduce) ปริมาณการใช้เม็ดพลาสติกต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ลง จากการลดการเกิดของเสียเพื่อใช้เม็ดพลาสติกอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และมุ่งมั่นพัฒนาต่อยอดโดยการเพิ่มคุณค่าให้กับของเสียโดยการพัฒนานวัตกรรมการผลิตที่นำเอาเม็ดพลาสติกที่เสียกลับมาเข้ากระบวนการโดยการ Reuse และ Recycle เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่ง

ประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco Efficiency)

บริษัทฯ มุ่งเน้นการบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร คือ ยกระดับสู่การดำเนินเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (EOE: Eco Operation Excellence) โดยสร้างการเติบโตเชิงเศรษฐกิจ (Economic Growth) ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ (Reduce Environmental Impact or Efficiency Consumption) ดังนั้น บริษัทฯ จึงมุ่งสร้างความตระหนักต่อผลกระทบสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value chain) โดยบูรณาการนำตัวชี้วัดประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจมาใช้ในองค์กร เพื่อสร้างจุดสมดุลและบริหารจัดการประเด็นหรือ ผลกระทบ (Gap) จากการดำเนินงานขององค์กร โดยการประเมินสัดส่วนของ “มูลค่าของผลิตภัณฑ์หรือบริการ” ต่อ “การสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม” และบริษัทฯ ได้ใช้รายได้ก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี      ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจ่าย (EBITDA) สะท้อนการเติบโต      ทางเศรษฐกิจของบริษัทฯ และใช้ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สะท้อนผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งในปี 2562 ประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco Efficiency) เท่ากับ 42.70 เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ถึงร้อยละ 30 เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของบริษัทฯ และการพัฒนารูปแบบการทำธุรกิจ ส่งผลให้ให้ EBITDA เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งการดำเนินงานในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรอย่างจริงจัง ส่งผลให้ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในปีนี้ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน นอกจากนี้บริษัทฯ เล็งเห็นประโยชน์ในการปรับปรุงและพัฒนา การเพิ่มประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ จึงได้กำหนด แฟคเตอร์ (Factor) มาเป็นดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพในการดำเนินงานของบริษัทฯ เพราะการประเมินประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจหรือการหา Eco-efficiency เพียงอย่างเดียว ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนา หากบริษัทฯ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับแฟคเตอร์ (Factor) เนื่องจากมีข้อมูลจาก Global Footprint Network รายงานว่าผลรวมการใช้ทรัพยากรของประชากรโลกในปัจจุบัน ไม่ได้อยู่ที่โลกเพียงแค่ 1 ใบ แต่คือโลก 1.5 ใบ และหากคำนึงถึงระดับการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปัจจุบัน เราปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณที่มากกว่าโลกจะรับไหว และต้องใช้พื้นที่ของโลกอีกครึ่งใบ เพื่อให้เพียงพอต่อการรองรับก๊าซเรือนกระจก บริษัทฯ จึงกำหนดเป้าหมายสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ Factor 1.5 เพื่อใช้เป็นตัวชี้วัดและเพิ่มความสมบูรณ์ของทรัพยากรควบคู่ไปกับการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ โดยในปี 2562 ประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจส่งผลให้ค่า Factor X เท่ากับ 1.296

ประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco Efficiency) พันบาทต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

หมายเหตุ: EBITDA (THB Thousand) และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (ขอบเขต 1 และ 2)