การบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาส

ความท้าทายจากปัจจัยภายในและภายนอก ส่งผลต่อการบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงมีประสิทธิภาพบรรลุเป้าหมายและลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ พร้อมทั้งมองหาโอกาสที่จะสร้างความได้เปรียบในการดำเนธุรกิจ นำไปสู่การสร้างความมั่นใจแก่ผู้ถือหุ้น องค์กรได้กำหนดโครสร้างการบริหารความเสี่ยงและบทบาทหน้าที่รับผิดชอบการบริหารความเสี่ยง โดยคณะกรรมการตรวจสอบ มีหน้าที่ทวนสอบและคำปรึกษารวมถึงให้ข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาปรับปรุงระบบการควบคุมภายในระบบการตรวจสอบภายในและระบบการบริหารความเสี่ยงที่สำคัญและจำเป็นเพื่อให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ คณะกรรมการบริหารนำเสนอนโยบายและกรอบของการบริหารความเสี่ยงต่อคณะกรรมการตรวจสอบรวมถึงกำกับดูแลให้มีการดำเนินงานที่เป็นไปตามมาตรฐานสากลและหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง อนุมัติกลยุทธ์บริหารความเสี่ยงและวิเคราะห์ระบุและประเมินความเสี่ยงกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และกำหนดมาตรการหรือแผนบริหารความเสี่ยงของฝ่ายหรือโครงการหรืองานที่อยู่ในความรับผิดชอบและเป็นเจ้าของความเสี่ยง (Risk Owner) โดยจัดทำแผนการบริหารจัดการความเสี่ยงและกำหนดดัชนีชี้วัดความเสี่ยง (Key Risk Indicators :KRIs) และเป้าหมาย กำหนดแนวทางการจัดการความเสี่ยง ประกอบด้วย การยอมรับความเสี่ยง การกระจายความเสี่ยง การลด /ควบคุมความเสี่ยง และการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ควบคู่กับการประเมินความเสี่ยงที่สำคัญ (Key Risks) และร่วมกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องจัดทำและทบทวนแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) สำหรับเตรียมรับมือเมื่อเกิดกรณีวิกฤติ เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียหายต่อกระบวนการธุรกิจ หรือกระทบผู้มีส่วนได้เสียขององค์กร โดยมีการดำเนินการวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์กรที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจทั้งในระยะสั้น และระยะยาว พร้อมทั้งติดตามตรวจสอบ และเฝ้าระวังความเสี่ยงใหม่ๆ (Emerging Risks) ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อวางแผนและกำหนดมาตรการในการจัดการและลดความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม โดยรายงานผลการบริหารความเสี่ยงต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 3 ครั้งต่อปี

โครงสร้างการบริหารความเสี่ยงขององค์กร

กระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยง

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงได้พัฒนากระบวนบริหารความเสี่ยงภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยง COSO ERM Framework โดยครอบคลมุความเสี่ยงทางธุรกิจ (Business Risk) อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของบริบททางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของโลกในอนาคต บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนขององค์กรทั้งในระยะสั้นและระยะยาว กำหนดแนวทางและมาตรการจัดการความเสี่ยงโดยหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในฐานะเจ้าของความเสี่ยง (Risk Owner) ติดตามและรายงานผลการประเมินความเสี่ยงต่อคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบเป็นประจำทุกปี  และที่สำคัญกระบวนการบริหารความเสี่ยงเป็นสิ่งที่พนักงานทุกระดับในองค์กรจำเป็นต้องให้ความร่วมมือในการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กร เพื่อให้ความเสี่ยงที่เหลืออยู่ในระดับที่ ยอมรับได้ อีกทั้งต้องร่วมกันมองหาโอกาสที่เกิดขึ้นมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กรตลอดจนปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกระบวนการจัดการให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นำไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กร

การส่งเสริมวัฒนธรรมความเสี่ยง

คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงส่งเสริมการปฏิบัติตามนโยบายการบริหารความเสี่ยง กระบวนการบริหารความเสี่ยง และกำหนดให้การบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของค่านิยมหลักองค์กร “TALENT” โดยดำเนินการส่งเสริมการเรียนรู้และเผยแพร่ความรู้การบริหารความเสี่ยง คู่มือการบริหารความเสี่ยงให้กับผู้มีส่วนได้เสียในการควบคุมกระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพผ่านช่องทางที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง  คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ติดตาม ปรับปรุง ทบทวน และรายงานผลอย่างสม่ำเสมอต่อคณะกรรมการบริษัท คณะผู้บริหาร และพนักงาน  พร้อมทั้งมีการปรับปรุง และทบทวนแนวทางการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ รวมทั้งสื่อสารสร้างความรู้ความเข้าใจและปลูกฝังการบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในกระบวนการทำงานของพนักงานทุกคนให้เข้าใจถึงปัจจัยเสี่ยงขององค์กร กระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยง และเครื่องมือบริหารจัดการความเสี่ยงในการคำนึงถึงการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างสมดุลและเตรียมความพร้อมให้พนักงานสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในการดำเนินธุรกิจทั้งในระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาวอย่างต่อเนื่องเพื่อให้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร

ประเด็นความเสี่ยงที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กรได้วิเคราะห์ประเด็นความเสี่ยงที่สำคัญครอบคลุมประเด็นความเสี่ยงทางด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG) ทั้งจากบริบทภายใน และภายนอกองค์กรที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว  ตลอดจน ปัจจัยเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว พร้อมทั้งติดตาม ตรวจสอบและเฝ้าระวังความเสี่ยงใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลา 3-5 ปีข้างหน้าเพื่อจัดเตรียมมาตรการรองรับในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม

ประเด็นความเสี่ยงผลกระทบต่อบริษัทมาตรการการแก้ไข
  • ความเสี่ยงจากการจัดหาวัตถุดิบและห่วงโซ่อุปทาน
  • การหยุดชะงักของการดำเนินธุรกิจเนื่องจากการขาดแคลนวัตถุดิบ

  • ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น

  • กำหนดนโยบายไม่พึ่งพิงผู้จำหน่ายรายใดรายหนึ่ง โดยมีการจัดหาและเพิ่มแหล่งวัตถุดิบในแต่ละประเภทให้มากกว่า 1 แหล่ง เพื่อลดความเสี่ยงในการขาดวัตถุดิบ

  • ติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด และวิเคราะห์แนวโน้มของราคาและประเมินความต้องการวัตถุดิบในแต่ละช่วง เพื่อลดผลกระทบ และสร้างความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง


  • ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงด้านเทค โนโลยีและนวัตกรรม
  • การปรับตัวต่อการดำเนินธุรกิจในรูปแบบของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมีการลงทุนสูง

  • หากบริษัทฯ ปรับตัวตามเทคโนโลยีไม่ทันอาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากความสามารถในการแข่งขันลดลง

  • ปรับปรุงและพัฒนาโครงการทางด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อตอบสนองต่อการดำเนินธุรกิจ

  • พัฒนาเทคโนโลยีและระบบการบริหารจัดการข้อมูล และยกระดับความปลอดภัยทางด้านสารสนเทศของบริษัทฯ

  • พัฒนาบุคลากร เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประเด็นความเสี่ยงผลกระทบต่อบริษัทมาตรการการแก้ไข
  • ความเสี่ยงจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน

  • ความสนใจของผู้มีส่วนได้เสียต่อความเสี่ยงจากการการละเมิดสิทธิมนุษยชนกับการประ กอบธุรกิจ
  • การละเมิดสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน

  • สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มยุโรป

  • คณะรัฐมนตรีได้มีมติประกาศใช้แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (แผน NAP) ระยะที่ 1 ช่วงระหว่างปี 2562-2565

  • รักษามาตรฐานการปฎิบัติตามนโยบายสิทธิมนุษยชน เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิมนุษยชนของพนักงานคู่ค้าทางธุรกิจ (คู่ค้า ผู้รับจ้างช่วงและผู้ส่งมอบ) และชุมชนท้องถิ่น

  • นำมาตรฐานองค์การแรงงานประหว่างประเทศมาประยุกต์ใช้ในองค์กร


  • กลุ่มลูกค้า EU ยกเลิกการใช้สารเคมีที่มี Cr6 +ภายในปี 2566

  • แนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคใส่ใจด้านความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • ปรับเปลี่ยนวัตถุดิบหรือปรับปรุงกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น

  • ดำเนินการร่วมกับคู่ค้าในการศึกษาและทดลองเพื่อหาวัตถุดิบทดแทนที่ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบเชิงลบต่อสังคม เช่น การพัฒนาเคมีที่มีองค์ประกอบของ Cr3+ ทดแทน Cr6+

ประเด็นความเสี่ยงผลกระทบต่อบริษัทมาตรการการแก้ไข
  • ความเสี่ยงจากการเปลี่ยน แปลงสภาพภูมิอากาศ

  • ความเสี่ยงจากการที่ผู้มีส่วนได้เสียให้ความสนใจต่อประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ อากาศ
  • ต้นทุนเพิ่มการปรับปรุงวัตถุดิบ กระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

  • ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจกระทบเชิงลบต่อการดำเนินธุรกิจ

  • ภาพลักษณ์ที่ดีต่อคู่ค้ากลุ่ม EUและภาครัฐที่ให้ความสำคัญต่ออุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำและสังคมคาร์บอนต่ำ

  • ขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งมีปริมาณน้ำไม่เพียงต่อกระบวน การผลิต

  • แต่งตั้งคณะทำงานการจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เพื่อดำเนินงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรและผลิตภัณฑ์ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อปกป้องระบบนิเวศ และลดภาวะโลกร้อน รวมถึงฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง

  • ผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้รับการรับรองฉลากลดโลกร้อน หรือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น

  • การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยการเข้าร่วมโครงการ SBTi เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 25.2 %

  • สนับสนุนการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืน โดยตั้งวัตถุประสงค์ EOE (Eco-Operational Excellence) และพัฒนาตัวชี้วัด Eco Efficiency อย่างต่อเนื่อง

  • เข้าร่วมโครงการนำร่องของโครงการก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทย เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินงานด้านคาร์บอนเครดิต