การดำเนินมาตรการ/ โครงการ

การจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัทฯ ควบคุมผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยคำนึงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่อาจจะเกิดผลกระทบจากการดำเนินกิจกรรมการผลิตและกิจกรรมอื่นๆ ขององค์กร จึงมุ่งเน้นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับการการเลือกใช้ทรัพยากรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรองมาตรฐาน การคำนึงถึงวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Life cycle of product) รวมไปถึงผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภายในและภายนอกองค์กร นอกจากนี้  “ความยั่งยืน” เป็นเป้าหมายสำคัญของบริษัทฯ เพราะการดำเนินงานที่ไม่มุ้งเน้นความสำคัญในการสร้างคุณค่าต่อปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมย่อมมีความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสามารถในการสร้างผลกำไร และการแข่งขันของบริษัทฯ บริษัทฯจึงได้มีการบูรณาการความเสี่ยงด้าน ESG เข้าไปอยู่ในปัจจัยที่คำนึงถึงการกำหนดพันธกิจ กลยุทธ์ และการบริหารจัดการความเสี่ยง โดยลักษณะความเสี่ยงในมิติ ESG หมายถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และ ธรรมมาภิบาล อันเนื่องจากการดำเนินการขององค์กรที่เกิดได้ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกองค์กร จึงเป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบที่คาดเดาได้ยาก บริษัทฯจึงให้ความสำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้าน ESG เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกัน และปรับตัวรับความเสี่ยงต่างๆ รวมถึงแสวงหาโอกาสในการดำเนินธุรกิจที่อาจเกิดจากความเสี่ยงเหล่านั้นอย่างมีประสิทธิภาพ  บริษัทฯตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเพิ่มสูงขึ้นอันเนื่องมากจากความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงในด้านสิ่งแวดล้อม และพลังงาน จึงมีการประเมินความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อดำเนินการกำหนดมาตรการและแนวทางในการป้องกันในการลดผลกระทบจากประเด็นความเสี่ยงดังกล่าว รวมถึงเพื่อสร้างโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจในระยาว ดังนี้

ประเด็นความเสี่ยงจาก Climate Change

  • นโยบายและกฎหมาย และ ภาษีคาร์บอน
  • ก่อให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมในการดำเนินธุรกิจ
  • ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
  • ความมั่นคงในการจัดหา/ส่งมอบวัตถุดิบ
  • ปัญหาการขาดแคลนน้ำ/ประสบอุทกภัย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
ผลกระทบต่อบริษัทมาตรการป้องกันและจัดการความเสี่ยง
1) ความต้องการของผู้บริโภคในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมการดำเนินงานด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจังอาจเพิ่มโอกาสและความสามารถในการแข่งขันในตลาดได้มากยิ่งขึ้น
  • ทำโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น Carbon Footprint (CFO, CFP, CFR, Carbon Neutral Event, T-VER ) และ Science Based Target

โครงการกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกฐานวิทยาศาสตร์ (Science Based Targets Initiative) โดยมีการตั้งเป้าหมายในการลด ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ (Carbon Intensity) ร้อยละ 25.2 เทียบกับปีฐาน 2561 ภายในปี 2567 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลด CO2 ให้อยู่ในระดับที่รักษา การเพิ่มอุณหภูมิ ของโลกให้ต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับ อุณหภูมิก่อนยุคอุตสาหกรรม
2) การบริหารจัดการทรัพยากร
- ต้นทุนการใช้เม็ดพลาสติกสูงขึ้น
- แนวโน้มการใช้งานพลาสติกลดลงจากกระแสการให้ความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม
  • ปฏิบัติตามนโยบายการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยนำหลัก (4R) มาใช้ด้วยการ ลดการใช้เม็ดพลาสติก (Reduce) และ การนำเม็ดพลาสติกกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse/Recycle)

- Plastic Recycle
3) การบริหารจัดการพลังงาน
- พลังงานฟอสซิลที่มีอย่างจำกัด
  • เพิ่มปริมาณการใช้เชื้อเพลิงทดแทนและพลังงานทางเลือก

- Solar Rooftop
- Smart Boiler/ Biomass Burner
4) การบริหารจัดการน้ำ
- ทรัพยากรน้ำมีจำกัดเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Water Crisis)
  • ปฏิบัติตามนโยบายการจัดการสิ่งแวดล้อมโดยนำหลัก (4R) มาใช้ด้วยการลด การใช้น้ำ (Reduce) การบำบัดน้ำเสีย และนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse/Recycle)

- Water Footprint
- Recycle RO Reject Water
5) การบริหารจัดการของเสียและมลพิษ
- ต้นทุนการกำจัดและบำบัดสูง
  • ปฏิบัติตามนโยบายการจัดการสิ่งแวดล้อมโดยนำหลัก (4R) มาใช้อย่างเคร่งครัดด้วยการลดของเสีย (Reduce) การบำบัดและนำของเสียกลับมาใช้ซ้ำ หรือนำกลับมาใช้ใหม่ (Reuse/Recycle/Recovery)

- Recovery Drag-out Etching