สารจากประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ

“จากวิกฤตนำไปสู่การปรับตัวเป็นธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน”

ร่วมขับเคลื่อนธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืนตามระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน

ในรอบปีที่ผ่านมาการพลิกวิกฤตสู่โอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากความต้องการของตลาดโลกที่ฟื้นตัวหลังโควิด เงินบาทที่อ่อนค่าช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ประกอบกับคู่แข่งขันรายสำคัญประทศจีนมีข้อจำกัดด้านพลังงานและค่าเงินหยวนที่แข็งค่าขึ้นส่งผลต่อรายได้ 2,167.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.70 และกำไรสุทธิ 329 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 899.9 จากปี พ.ศ.2563 ตามลำดับ และร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนในการปรับตัวรับมือกับปัญหาอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นสถานการณ์วิกฤติ (Climate Emergency) นำไปสู่การแสดงความมุ่งมั่นประกาศเป้าหมายจะเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี พ.ศ.2583 ในขอบเขตที่ 1 และขอบเขตที่ 2 ในส่วนของ Scope 3 จะเป็นการลดให้ได้ ร้อยละ 65 ตามฐานวิทยาศาสตร์ (Science Based Targets initiative) ผ่านระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ตั้งแต่ออกแบบสินค้าและบริการที่เน้นการรักษาต้นทุนทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร ลดการเกิดของเสีย และลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุดในการก้าวไปสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน ตามเป้าหมายหลักในการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 7, SDG 9, SDG 12 และ SDG 13 เป้าหมายรองในการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 4, SDG 6, SDG 8 และ SDG 17

ภาพรวมของปริมาณก๊าซเรือนกระจกขององค์กร (Scope 1, 2 และ 3) ลดลงร้อยละ 35.37 จากปีฐาน 2559 สำหรับการลดปริมาณปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ตามวิธีการ Emission Economic Intensity เท่ากับ 1.568 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อหน่วยการผลิต (EQ) ลดลงร้อยละ 19.77 จากปีฐาน 2559 นำไปสู่การลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พลังงาน ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ เป็นผลมาจากความมุ่งมั่นของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับในการตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยพิจารณาระหว่างผลประโยชน์ของธุรกิจ และผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียอย่างสมดุลไม่ใช่ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐาน“การทำกำไรสูงสุด” หรือ Maximize profit แต่เป็น Optimize Profit หรือ “การทำกำไรที่เหมาะสม” ในระยะยาวเพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และทำให้ห่วงโซ่ธุรกิจของเราเกิดการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์

ผลจากการพัฒนาเศรษฐกิจที่ให้ความสำคัญกับสังคมและสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีความรับผิดชอบ คำนึงถึงฐานทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคม ในปี 2564 บริษัทฯ ได้รับการประเมินให้ได้รับรางวัลตัวชี้วัดธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน (Low Carbon and Sustainable Business Index: LCSi) ระดับโดดเด่น และรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น “The Prime Minister Industry Award” ประจำปี 2564 ประเภทเศรษฐกิจหมุนเวียน อีกทั้งบริษัทฯ ได้รับการทวนสอบและได้รับการรับรองการบริหารจัดการของเสียที่นำไปฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero

Waste to Landfill) ตามแนวทางสากลของกรมโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ร่วมขับเคลื่อนธุรกิจสู่แนวทางเศรษฐกิจสีเขียวในการยกระดับการเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวระดับที่ 4 และประยุกต์ใช้กลไกราคาคาร์บอน (Carbon Pricing Instruments: CPIs) เป็นเครื่องมือในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

สุดท้ายนี้ในนามของคณะกรรมการบริษัท ขอขอบคุณ ผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมาตลอด 29 ปีที่ผ่านมา และขอขอบคุณพนักงานทุกคนที่ช่วยสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างคุณค่าต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างยั่งยืนในการยกระดับคุณภาพของคนในสังคมบนพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการที่ดีสู่ความยั่งยืน

 

 

…………………………………

นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์

ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ

 1,548 total views,  3 views today